ผู้การลพบุรี เรียกประชุมด่วนตำรวจจราจร หลังโซเชียลตั้งฉายา “เมืองสองพันบุรี” สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจว่ากล่าวตักเตือน ยึดหลักอำนวยความสะดวกการจราจร ก่อนบังคับใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก ตามนโยบาย “บิ๊กราญ” ว่าที่ ผบ.ตร. พร้อมยืนยันยังไม่พบลูกน้องทุจริต ข่มขู่รีดไถเรียกรับ ย้ำยังคงกวดขันรถแต่งซิ่งท่อดังเข้มงวด เพื่อความสงบเรียบร้อย


เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 21 กันยายน 2569 พล.ต.ต.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้เรียกประชุมด่วนระดับผู้กำกับการสถานี รองผู้กำกับการจราจร สารวัตรจราจร รองสารวัตรจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจราจร ณ ห้องประชุมตึกกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี เพื่อให้นโยบายในการทำหน้าที่ของงานจราจร หลังจากที่มีสื่อโซเชียลบางเพจ ได้สื่อถึงการทำงานของตำรวจจราจรจังหวัดลพบุรี พร้อมได้ตั้งฉายาในการทำงานว่างานจราจรของลพบุรี ว่าเป็น “เมืองสองพันบุรี” ซึ่งในคอมเม้นต์ มีทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย โดยมองว่าเป็นมาตรการปรับที่สูงเกินไป เป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีตักเตือนอะลุ่มอล่วย



ซึ่ง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้มอบนโยบายในการทำงานจราจรนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักของตำรวจจราจรในเรื่องการอำนวยความสะดวกในการจราจร โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน และการบังคับใช้กฎหมายทั้งกฎหมายอาญาและกฎหมาย พรบ.จราจรทางบก พรบ.รถยนต์ หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากที่ผ่านมาถือว่าปัญหาเกี่ยวกับรถแข่งบนท้องถนนหลวง รถปรับแต่งท่อเสียงดังรบกวนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนจังหวัดลพบุรีน้อยลง ในการปฏิบัติหน้าที่เท่าที่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่ายังเป็นการปฏิบัติภายในช่องของกฎหมาย ไม่พบการทุจริต การรีดไถ ข่มขู่เรียกรับทรัพย์สิน ส่วนกรณีเปรียบเทียบปรับก็ให้พิจารณาใช้ดุลพินิจให้เหมาะสม


สำหรับการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานจราจรมาทำความเข้าใจภายใต้หลักการผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะฐานความผิดที่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญ สุ่มเสี่ยงหรืออาชญากรรม เช่น การดัดแปลงสภาพรถ เปลี่ยนท่อเสียงดัง โหลดเตี้ยแต่งซิ่ง ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว แข่งขันรถในทาง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนยังคงต้องถูกจับกุมดำเนินการกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อทำให้สังคมสงบเรียบร้อยขึ้น



ส่วนความผิดเล็กน้อย เช่น ไม่พกสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ก็ให้ใช้ดุลยพินิจในการว่ากล่าวตักเตือน หรือปรับในสถานเบาตามแต่กรณี ซึ่งการดำเนินการก็เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร. ที่เคยให้นโยบายในการดำเนินงานจราจรว่า ให้พิจารณาว่ากล่าวตักเตือนจากเบาไปหาหนัก หลังจากที่ได้ประชุมแล้วได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจการทำงานของตำรวจจราจร เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ ปัญหา ปากท้องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงได้สั่งการให้ฝ่ายจราจรใช้ดุลพินิจในการเปรียบเทียบปรับให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาลงไปดูแลอย่างเคร่งครัด โดยเชื่อว่าในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ผ่านมา ก็มีประชาชนที่เข้าใจการทำงานของตำรวจ และฝ่าฝืน ไม่ทำผิดกฎหมาย ส่วนผู้ที่ยังทำผิดกฎหมายก็อาจจะสร้างความไม่พอใจบ้าง



ทั้งนี้ถ้าประชาชนที่ใช้รถทุกชนิด พบเห็นการกระทำทุจริต รีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ขอให้แจ้งมาที่ ผู้บังคับบัญชาโดยตรง แต่อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา การตั้งจุดตรวจก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการก่ออาชญากรรม ปัญหายาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนนมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา.