ครอบครัวไรเดอร์ถูก ผอ. สำนักสืบสวนฯ ป.ป.ช. เมาขับชนเสียชีวิต ร่ำไห้ร้องสื่อฯ ผ่านมากว่า 3 เดือน ยังไม่เคยติดต่อมาเยียวยาตามที่ตกลงไว้ ลูกสาวผู้เสียชีวิตบอก ตอนนี้ยังไม่ได้เรียนต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. ขับรถกระบะ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ เป็นเหตุให้ นายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง จังหวัดนนทบุรี นางวิยะดา นาคงสี อายุ 49 ปี , นางสาวศิรภัสสร นาคงสี อายุ 19 ปี และนายศิรวิทย์ นาคงสี อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นพี่สาว และลูกๆ ของนายศรนรินทร์ นาคงสี ผู้เสียชีวิต จากการถูกนายจรงค์ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถชนเสียชีวิต บริเวณถนนราชพฤกษ์ บนสะพานข้ามถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งต่อมา ผู้ก่อเหตุก็ออกมายอมรับผิดถึงกรณีที่เกิดขึ้น และได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ว่า จะต้องช่วยดูแลเยียวยา ลูกๆ ของผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด 


นางวิยะดา นาคงสี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดใจกับทีมข่าวว่าทั้งน้ำตา บอกว่าสงสารหลานทั้ง 2 คน ที่กำพร้าพ่อ และยังไม่ได้รับความเป็นธรรม วันนี้จึงเดินทางมาที่สถานีตำรวจ เพราะต้องการมาติดตามเรื่องคดีความของน้องชายและอยากจะร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน เพราะน้องชายเสียชีวิตไปกว่า 3 เดือนแล้ว และเพิ่งทำบุญครบรอบ 100 วันไป แต่ปรากฏว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา คู่กรณีซึ่งเป็นถึง ผู้อำนวยการกองสืบฯ ของ ป.ป.ช. ไม่เคยติดต่อมาพูดคุยใดๆ และไม่มีการส่งเสียหลาน ๆ ทั้งสองคน ตามที่ตกลงกันและเคยให้ข่าวกับสื่อมวลชนไว้ ตนสงสารหลานทั้ง 2 คนมาก หลังจากที่เขาไม่มีพ่อ เขาก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไม่มีเงินที่จะเรียนหนังสือ หรือใช้จ่าย บางครั้งก็ต้องมาขอหยิบยืมเงินคนอื่น ซึ่งตอนที่พ่อเขาอยู่เขาก็ยังดูแลกันได้ 


น.ส.ศิรภัสสร อายุ 19 ปี ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ยอมรับว่า หลังจากที่พ่อเสียชีวิต ฝั่งคู่กรณีมาช่วยค่าจัดงานศพ 50,000 บาท หลังจากนั้นก็ไม่มีการติดต่อสอบถาม หรือเยียวยาใดๆ อีกเลย ทั้งที่ช่วงที่เกิดเหตุเป็นข่าวดัง ทางคู่กรณีได้ตกลงทำสัญญากันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะเยียวยา ดูแลส่งเสียตนเองในเรื่องของค่าเล่าเรียน และดูแลพี่ชายเรื่องค่าใช้จ่าย ที่อยู่อาศัย แต่ปรากฏว่าคู่กรณีไม่ทำตามสัญญา ซึ่งปัจจุบันตนเองก็ยังไม่ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรี และทั้ง 2 คนพี่น้อง ก็ยังไม่มีที่อยู่อาศัย โดยยังคงต้องอาศัยบ้านของป้าอยู่ไปก่อน ถ้าพ่อของพวกตนอยู่ ชีวิตของทั้ง 2 คนก็คงไม่ลำบากขนาดนี้ สิ่งที่อยากจะฝากถึงคู่กรณี อยากให้มาเยียวยาความเสียหายตามที่เคยสัญญาและให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไว้ 

ด้านความคืบหน้าของคดีความ เบื้องต้นผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชโดยละเอียด ส่งมาที่สถานีตำรวจแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวนทำเรื่องฟ้องต่อศาล