พี่ชายมือยิงพ่อค้ากัญชา เสียชีวิตคาร้านซ่อม จยย. ย่านหนองจอก มอบตัวตำรวจ อ้างขับรถตามไปห้าม เจ้าหน้าที่อายัดรถได้ 2 คัน คาดปมเหตุจากการท้าทายผ่านโซเชียล
วันที่ 18 กันยายน 2569 จากกรณีกลุ่มคนร้ายใช้ปืน 2 กระบอก กระหน่ำยิง นายสิงห์โต อัครธรรม อายุ 32 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา พ่อค้ากัญชา เสียชีวิตคาร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ย่านหนองจอก ก่อนขับรถยนต์แต่งซิ่ง 2 คัน หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 00.05 น. วันนี้
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. เปิดเผยหลังเดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุว่า เบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุที่ลงรถมามีประมาณ 4 คน แต่ที่ร่วมก่อเหตุยิง ขณะนี้มีอย่างน้อย 2 คน ส่วนคนขับรถเก๋งอีกคัน ล่าสุดประสานผ่านญาติมาว่าจะขอเข้ามอบตัว แต่ยังไม่ระบุวันเวลาแน่ชัด คนขับรถเก๋งคนนี้เป็นพี่ชายของนายบี ผู้ก่อเหตุ แต่ไม่ได้ลงจากรถมาร่วมยิงด้วย
ส่วนมูลเหตุความขัดแย้งน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว เนื่องจากนายบีกับผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนกัน แต่ในช่วงหลังทั้งคู่มีการพูดจากระทบกระทั่งกันในโซเชียลมีเดีย มีการยั่วโมโห ท้าทายกัน แต่อาจจะมีปมความขัดแย้งอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แต่พบว่า นายบี มีประวัติเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด เพิ่งออกจากคุกมาได้ไม่นานก็มาก่อเหตุ ส่วนประเด็นความขัดแย้งจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ยังต้องขยายผลเพิ่มเติม สำหรับผู้ก่อเหตุคนอื่นๆ ตำรวจก็จะติดตามจับกุมมาดำเนินคดีทั้งหมด
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นายปรีส พี่ชายนายบี คนขับรถเก๋งฮอนด้า เดินทางเข้ามอบตัวที่ สน.หนองจอก โดยมี พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ร่วมสอบปากคำ
นายปรีสให้การอ้างว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มตนทั้งหมด 7 คน นั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านเช่าของนายบี ระหว่างนั้นนายบีและผู้ตายมีการโพสต์เฟซบุ๊กท้าทายกัน ทำให้นายบีโมโห รีบขับรถปิกอัพสีส้ม มากับพวกรวม 4 คน อีกคันมีตนกับพวกรวม 3 คน ซึ่งมีนายหนุ่ม นายพัด ขับรถเก๋งตามเพื่อต้องการห้ามปราม ถึงที่เกิดเหตุไม่ได้ลงจากรถ ซึ่งที่ตัดสินใจเข้ามอบตัว เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด
ทั้งนี้ ช่วงเวลาเดียวกัน ชุดสืบสวนของ บก.สส.บก.น.3 ตำรวจ กก.สส.บก.น.3 และฝ่ายสืบสวน สน.หนองจอก ร่วมกันตรวจอายัดรถยนต์แต่งซิ่ง 2 คัน ที่ร่วมก่อเหตุ คือรถปิกอัพเชฟโรเลต 4 ประตู สีส้ม ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่นายบี ขับไปกับพวก ก่อนไปยิงถล่ม โดยอายัดได้จากบ้านเช่าของนายบี ซ.ร่วมพัฒนา ถนนประชาสำราญ แขวงคลอง 12 เขตหนองจอก กทม. และรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ตรวจยึดได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.ลำไทร อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจรถทั้ง 2 คัน
จากนั้นเวลา 16.00 น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. กล่าวภายหลังการสอบผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวว่า ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ แต่ยอมรับว่ามีสถานะเป็นพี่ชายของ นายบี มือยิง ที่ถูกออกหมายจับ จากผู้ร่วมขบวนการ 7 คน ชนวนเหตุที่เกิดขึ้น มาจากการท้าทายกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ระหว่างผู้เสียชีวิตกับมือยิง จากนั้นผู้ร่วมก่อเหตุได้ขับรถจากบ้านพักย่านซอยร่วมพัฒนา มาก่อเหตุ โดยใช้อาวุธปืน 2 กระบอก แต่ในที่เกิดเหตุพบว่ามีกระสุนปืนลูกซอง อีกหนึ่งชนิด จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีการใช้อาวุธปืนกี่กระบอก
ขณะที่นายบี ได้หลบหนีออกจากบ้านพัก โดยมีคนขี่รถจักรยานยนต์มารับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบว่าเป็นหนึ่งในเจ็ด หรือเป็นบุคคลนอกเหนือจาก 7 คน ที่ร่วมก่อเหตุ เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจน ยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขอให้มามอบตัว.