เร่งล่าตัว ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายสะเดาะกุญแจมือ หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ขณะนำตัวลงจากรถควบคุมฝากขังที่ศาลเกาะสมุย แม่ผู้ต้องหา ไม่สบายใจ ขอลูกชายมอบตัว โทษจะได้เป็นเบา


วันที่ 17 ก.ย. 69 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (16 ก.ย.) เกิดเหตุ นายวรินทร ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นด้วยอาวุธมีด สะเดาะกุญแจมือ หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในช่วงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวไปยังศาลจังหวัดเกาะสมุย ในช่วงที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูรถควบคุมเพื่อจะนำตัวไปควบคุมในห้องขังศาล

ผู้ต้องหาที่คาดว่าได้สะเดาะกุญแจมือตั้งแต่อยู่ในรถ ได้ฉวยจังหวะดังกล่าว วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ลงไปทางข้างอาคารของศาล ซึ่งเป็นป่ารก และมีความลาดชันของหน้าผาหิน ก่อนที่จะวิ่งหลบเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร ระดมกำลังกันออกค้นหาตามพื้นที่ป่า และอาคารร้าง ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัว จนถึงขณะนี้การค้นหาก็ยังไม่เจอตัวผู้ต้องหารายนี้ แม้จะมีการนำกำลังเดินเท้าค้นหาในป่า โดยในคืนนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้จัดกำลัง ออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ที่ผู้ต้องหาหลบหนี ต่างเกิดความกังวล หวาดกลัวอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้โดยเร็ว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ซึ่งเหตุทำร้ายร่างกายในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 พ.ต.ท.ภุมเรศ อินทร์คง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ่อผุด ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณ ซอยอีสานพัฒนา ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบ นายวรินทร แก้วคำใต้ (ผู้ก่อเหตุ) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะสมุยเพื่อเข้ารับการรักษา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดีตาม คดีอาญาที่ 751/2569

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 69 ร.ต.ท.เพียรธรรม ชูเชิด รอง สว.(ป.) สภ.บ่อผุด เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่พลขับ ได้นำตัว นายวรินทร ไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยได้ควบคุมตัวและใส่กุญแจมือตามระเบียบ

เมื่อเดินทางถึงบริเวณด้านหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาของศาลจังหวัดเกาะสมุย ร.ต.ท.เพียรธรรม ได้เปิดประตูรถควบคุมเพื่อเตรียมนำตัวผู้ต้องหาเข้าไป ยังห้องควบคุม ปรากฏว่า นายวรินทร ได้วิ่งออกจากรถและหลบหนีไป

โดยทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านจุดเกิดเหตุในซอยอีสานพัฒนา พบกับแม่ของนายเดชาวัตร ผู้ที่ถูกทำร้าย เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุลูกชายของตนนั่งอยู่ในบ้าน จู่ๆ นายวรินทร ก็เดินเข้ามาในบ้านตน แล้วใช้อาวุธมีดฟันลูกชายจนได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือ และแขนรวม 3 แผล ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเกิดจากเรื่องอะไรก็ยังไม่ทราบ ปกติทั้ง 2 คนรู้จักกันดี เพราะอยู่ตรงกันข้ามกัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก ก็ไม่รู้เกิดจากสาเหตุอะไร นายวรินทร ถึงได้เอาอาวุธมีดมาฟันลูกชาย แล้วพอมาทราบข่าวว่า นายวรินทร หลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็รู้สึกกลัว อยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมให้ได้

ขณะเดียวกัน แม่ของนายวรินทร ผู้ต้องหารายนี้ บอกว่า หลังทราบว่าลูกชายหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก อยากให้ลูกมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทษจะได้เบาลง ไม่ต้องหลบหนี ยอมรับโทษในสิ่งที่ตัวเองก่อขึ้น

เมื่อก่อนลูกชายก็ทำงานดี แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้ ไม่ได้ทำงาน เป็นคนเก็บตัวเงียบอยู่แต่ที่บ้าน ไม่ออกไปไหน หรือพบปะกับใคร ตนเองเคยคุยกับลูกว่าจะพาไปหาหมอ เพราะคิดว่าลูกอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์นี้เสียก่อน ก็อยากขอร้องให้ลูกมอบตัวอย่าได้หลบหนี

ตนเองยอมรับว่า เสียใจกับการที่ลูกชายไปทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้าน ซึ่งตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ไปเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ และช่วยเหลือเยียวยาผู้บาดเจ็บเท่ากำลังที่พอจะช่วยเหลือได้ เพราะทั้งสองฝ่ายเป็นเพื่อนที่ดีกันมา รู้จักกันมานาน 30 ปี แต่เหตุที่เกิดขึ้น ผู้เป็นแม่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่มีใครทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร.