เจ้าของใหม่ ซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี เผยก่อนพบศพเหลือแต่โครงกระดูกมนุษย์ ฝันถึงยายคนแก่ ยอมรับแปลกใจที่บ้านถูกปิดร้างแต่ไม่มีทรัพย์สินอะไรหายไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง อยู่ระหว่างติดต่อลูกชายในเรือนจำ พร้อมเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ยืนยันตัวบุคคล


คืบหน้ากรณีมีชาวบ้านซื้อบ้านจากกรมบังคับคดี ได้เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินในบ้านแต่กลับต้องผงะเมื่อเจอศพที่เหลือแต่โครงกระดูก ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นคุณยายศรีวรรณ เจ้าของบ้านเดิม ที่หายไปพร้อมกับลูกชายนานกว่า 5 ปี แต่ต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์ยืนยัน ขณะเดียวกันลูกชายที่ติดคุกอยู่ตำรวจต้องไปตามสอบว่ารู้เรื่องศพแม่หรือไม่ ส่วนชาวบ้านช่วยกันติดตามหาญาติพี่น้องของคุณยายกันวุ่น เจ้าของใหม่เผยก่อนหน้าเจอศพมีลางบอกเหตุมีคนได้กลิ่นเหม็นเน่าจากบ้าน และคืนนั้นยังฝันว่ามีหญิงชรามาถามว่าจะให้หวยรางวัลที่ 1 ส่วนชาวเน็ตยอดนักสืบ ค้นภาพจากกูเกิ้ลวิว พบว่าเมื่อปี 2554 ติดภาพบ้าน และตัวคุณยายนั่งที่เดิมตรงที่เจอศพ หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2563 บ้านถูกปิดร้างมาจนถึงปัจจุบัน


เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี มีชาวบ้านสนใจซื้อบ้านหลังหนึ่งที่ถูกธนาคารยึดและอยู่ระหว่างการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี จึงขอเข้าไปตรวจสอบสภาพบ้าน แต่กลับพบศพแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก นอนอยู่บนเตียงภายในมุ้งครอบ คาดเป็นหญิงชราเจ้าของบ้านที่หายหน้าไปนานกว่า 5 ปี


สำหรับเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านท่าเดื่อ ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ว่าพบโครงกระดูกมนุษย์ ในที่เกิดเหตุบริเวณชั้นล่าง พบแหย่งช้าง หรือเก้าอี้ไม้ และมีเตียงนอนพร้อมมุ้งครอบอยู่ เมื่อเปิดมุ้งออก กลับพบศพนอนอยู่บนเตียง สภาพแห้งเหลือเพียงโครงกระดูก ทำให้ผู้ที่เข้าไปตรวจสอบต่างตกใจอย่างมาก


จากการสอบถามชาวบ้านเบื้องต้น ทราบว่า บ้านหลังนี้เดิมเป็นของคุณยายศรีวรรณ พวงเพชร ขณะนั้นมีอายุ 93 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่กับลูกชายชื่อนายประเวศ แซ่จิว หรือ "ตี๋" โดยชาวบ้านพบเห็นทั้งสองคนครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นคุณยายอีกเลย โดยชาวบ้านคิดว่า คุณยายได้ย้ายไปอยู่กับลูกชายและญาติแล้ว เพราะไม่มีใครเห็นคุณยายออกจากบ้านเลย


ล่าสุดเช้านี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับนางผกาแก้ว จันทราพร อายุ 54 ปี เจ้าของบ้านคนใหม่ที่ซื้อบ้านหลังนี้จากกรมบังคับคดี เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 นางผกาแก้ว เล่าว่า เมื่อวานนี้ (15 สิงหาคม) หลังจากที่ตนได้จ่ายเงินให้กรมบังคับคดีแล้ว ซึ่งคิดว่าต้องมีทรัพย์สินของเจ้าของบ้าน ตนจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.แม่ปิง เพื่อขออนุญาตให้ตำรวจ และผู้ใหญ่บ้านมาเป็นพยานเพื่อรวบรวมทรัพย์สินของเจ้าของบ้านเดิมที่มีในบ้านเพื่อย้ายไปที่อื่น


นางผกาแก้ว ยังบอกอีกว่า บ้านหลังนี้ที่ได้ประมูลมานั้นมีความตั้งใจจะรีโนเวทใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ 1-2 วัน ก็มีชาวบ้านที่เดินไปมาผ่านบ้านหลังดังกล่าวบอกว่าได้กลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมา ยังได้พูดเล่นกันว่ากลัวใครเข้าไปผูกคอตายในบ้านหรือเปล่า และในคืนก่อนไปลงบันทึกประจำวันเพื่อขอเข้าไปตรวจทรัพย์สินนั้น ตนยังฝันว่ามียายคนแก่คนหนึ่งมาบอกว่าจะให้ถูกหวยรางวัลที่ 1 จะเอาอะไรมาแลกไหม ตนยังบอกคุณยายไม่เอาอะไรสักอย่าง


หลังจากตัดกุญแจบ้านเข้าไปรู้สึกตกใจมากเมื่อเจอโครงกระดูกติดเตียงไม้ โดยจากการสอบถามเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นคุณยายศีรวรรณ เจ้าของบ้านคนเดิม ที่หลายคนคิดว่าคุณยายย้ายออกไปแล้วและเสียชีวิตแล้ว ลูกชายได้เผาแล้วที่วัดป่าแพ่ง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีใครทราบกระทั่งเมื่อวานนี้ตนได้มาแผ้วถางหญ้า และได้มีการจุดธูปและนำของเซ่นไหว้มาไหว้เจ้าหน้าที่ โดยมีชาวบ้านบอกว่าให้เข้าไปดูในบ้านด้วย เพราะได้มีกลิ่นเหม็นลอยมา ไม่รู้มีอะไรตายที่นั่น ซึ่งตอนแรก ตนก็ไม่เชื่อ กระทั่งเปิดประตูเข้าไป ถึงกับผงะ แต่ยอมรับว่าก็น่าแปลกใจที่บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่ และไม่มีทรัพย์สินอะไรที่หายไปเลย


โดยนางผกาแก้วยัง บอกว่าจากการที่ตำรวจได้พยายามโทรสอบถามและเช็คประวัติลูกชายคุณยายศีรวรรณ พบว่า ติดคุกอยู่ที่เรือนจำจังหวัดตาก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา



ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติของคุณยายได้ ทางชาวบ้านจึงได้ช่วยกันตามหาญาติคุณยาย และทางตำรวจ สภ.แม่ปิง จะเดินทางไปสอบถามข้อมูลลูกชายคุณยายที่อยู่ในเรือนจำ เพื่อยืนยันตัวตนว่าศพดังกล่าวนั้นใช่คุณยายหรือไม่


ส่วนโครงกระดูกคุณยายนั้น ขณะนี้อยู่ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ต้องรอผลชันสูตรอีกครั้งเพื่อยืนยันอัตลักษณ์บุคคลว่าใช่คุณยายศีรวรรณ หรือไม่


ขณะที่นักสืบโซเชียล ค้นภาพผ่านทางกูเกิ้ล สตรีทวิว ซึ่งบันทึกภาพติดหน้าบ้านคุณยาย และเมื่อย้อนกลับไปปี 2554 ยังถ่ายติดหน้าบ้านที่เปิดเป็นร้านขายของ และยังติดภาพคุณยายศีรวรรณ ที่นั่งอยู่บนแหย่งช้าง หรือเก้าอี้ไม้ จุดเดียวกับที่พบโครงกระดูกมนุษย์ภายในบ้าน แต่หลังจากนั้นเมื่อปี 2562-2563 ก็พบว่าบ้านเริ่มปิดและปล่อยร้างตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบัน.