ตำรวจตามรวบ หนุ่มแทงแฟนสาวดับ ที่ระยอง อ้างฟิวส์ขาดเห็นชายอีกคนมาส่ง อ้างมีปากเสียงกัน แต่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุขับรถจะหนีไปบ้านญาติ กระทั่งถูกจับกุม

วันที่ 16 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.จินตหรา อายุ 37 ปี พนักงานบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมปลวกแดง ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายด้วยมีดภายในห้องพัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ รีบแจ้งตำรวจและกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่ผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อต่อมาคือ นายรณชัย ศรีธรรม หรือ บอย อายุ 42 ปี หลังเกิดเหตุ ขับรถกระบะอีซูซุสีขาว 4 ประตู หลบหนีไป ตำรวจเร่งติดตามตัว เบื้องต้นคาดปมเหตุจากความหึงหวงและปัญหาความสัมพันธ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม นายรณชัย ได้ที่ห้องพักหลังตลาดแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 18.55 น. วานนี้ (15 ก.ย.) ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน

เบื้องต้น นายรณชัย อ้างว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้มีความตั้งใจที่จะฆ่าอดีตแฟนสาว แต่เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ตนเองเห็นชายอีกคนมาส่งอดีตแฟนสาวที่บ้าน ทำให้เกิดความไม่พอใจและโมโห จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทกัน โดยในช่วงที่มีปากเสียงกันนั้น ตนได้หยิบมีดขึ้นมาเพื่อข่มขู่ แต่ยอมรับว่าขณะนั้นไม่สามารถควบคุมสติและอารมณ์ของตัวเองได้ ก่อนใช้อาวุธมีดแทงอดีตแฟนสาวจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หลังเกิดเหตุ ได้ขับรถกระบะ 4 ประตู สีขาว หลบหนีออกจากพื้นที่ มุ่งหน้าไปทาง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ก่อนนำรถไปจอดทิ้งไว้ จากนั้นจึงเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีต่อ โดยตั้งใจเดินทางไปยัง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของน้องชาย เพื่อหลบซ่อนตัวและหลีกหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่

แต่ระหว่างทางขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี กลับประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ทำให้รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหาย และตัวเองก็บาดเจ็บ ก่อนเดินทางต่อไปจนถึงบ้านน้องชาย โดยระหว่างที่เจ้าตัวอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง ได้ติดตามเบาะแสและแกะรอยเส้นทางการหลบหนี จนทราบจุดที่นายรณชัยเข้าพักอาศัย ก่อนเข้าควบคุมตัวไว้ได้ และนำตัวกลับมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายรณชัย ยังบอกด้วยว่า ไม่คิดว่าอดีตแฟนสาวจะต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกล่าวขอโทษผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยยอมรับว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เหตุการณ์บานปลายจนถึงขั้นสูญเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม คำให้การดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของนายรณชัย ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงและขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.