ตำรวจ ปคบ.บุกทลาย “พอตเคหัวเสือ” ย่านรามคำแหง ได้ 2 ผู้ต้องหา ขยายผลค้นห้องพัก ผงะพบเคตามีนกว่า 50 ซอง พร้อมอุปกรณ์แบ่งขาย สารภาพ “พอตเคหัวเสือ” รับมา 1,200 ปล่อยต่อ 1,400 บาท
เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.กฤษณ์ พิพัฒน์พูนสิริ สว.กก.1 บก.ปคบ. นำกำลังจับกุม น.ส.นพมาศ เจริญรัตน์ อายุ 21 ปี และ นายชาตรี มากทรัพย์ อายุ 33 ปี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งที่คณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ มีคำสั่งห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า, ร่วมกันซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร, จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
พร้อมตรวจยึดของกลาง พอตเค หัวเสือ จำนวน 3 หัว, บุหรี่ไฟฟ้า แบบสูบแล้วทิ้ง จำนวน 5 ตัว, “เคตามีน” ประมาณ 46.86 กรัม, ถุงพลาสติกใส ประมาณ 200 ถุง, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง จับกุมได้ที่อพาร์ตเมนต์ ภายใน ซ.รามคำแหง 60/2 แขวงหัวหมาก บางกะปิ กทม.
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า มีผู้ใช้บัญชีไลน์ชื่อ "aum" มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและ “พอตเคหัวเสือ” (บุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด) ให้กลุ่มวัยรุ่น จึงวางแผนส่งสายลับติดต่อล่อซื้อ “พอตเคหัวเสือ” จำนวน 3 หัว และบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งอีก 5 ตัว เมื่อถึงเวลานัดหมาย น.ส.นพมาศ ได้มารับเงินล่อซื้อ ก่อนเดินไปรับถุงดำบรรจุสินค้าจากนายชาตรีที่ยืนรออยู่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลาง
จากนั้นได้นำตัว น.ส.นพมาศ ไปขยายผลตรวจค้นห้องพักพบ “เคตามีน” ซุกซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ น้ำหนักรวม 46.86 กรัม พร้อมถุงพลาสติกใสสำหรับแบ่งขายอีกราว 200 ถุง และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน น.ส.นพมาศ ให้การรับสารภาพว่า รับบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคจากนายชาตรีมาขายต่อเอากำไร โดยพอตเครับมา 1,200 บาท นำมาปล่อยต่อ 1,400 บาท ได้กำไรหัวละ 200 บาท ส่วนเคตามีนรับมาจาก “นายเอ็ม” (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) น้ำหนัก 50 กรัม ในราคา 12,000 บาท เพื่อนำมาแบ่งซองขายถุงละ 1 กรัม ในราคาถุงละ 300 บาท ให้กลุ่มเพื่อนที่มาเที่ยวปาร์ตี้ หวังได้กำไร 15,000 บาท แต่มาถูกจับเสียก่อน
ด้านนายชาตรี รับสารภาพว่า ซื้อบุหรี่ไฟฟ้าและพอตเคมาจาก “นายโจ้” เพื่อมาส่งต่อให้ น.ส.นพมาศ อีกทอดหนึ่ง ได้กำไรหลักร้อยเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป