อาลัย ผู้ใหญ่บ้านดีเด่น ตำรวจ สภ.บ้านแพง แจ้งข้อหา อส.ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หลังยิงปืนสยบชายคลั่งยา พลาดถูกผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต ส่วนชายคลั่ง บาดเจ็บถูกแจ้งข้อหา ขัดขวางต่อสู้เจ้าพนักงาน ด้านเมียผู้ใหญ่บ้านยอมรับสภาพ เชื่อคนยิงไม่มีเจตนา ขอให้ชดเชยเยียวยาตามระเบียบ ส่วนแม่ชายคลั่ง ยอมรับลูกติดยา ต้นเหตุทะเลาะไม่พอใจแม่ จากปัญหาขัดขวางไม่ให้เอารถจักรยานยนต์ไปขาย นำเงินมาใช้จ่าย จนเหตุบานปลาย ชาวบ้านวอนเจ้าหน้าที่แก้ปัญหาจริงจัง ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ความคืบหน้ากรณี อาสาสมัครรักษาดินแดน ฝ่ายปกครอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ร่วมระงับเหตุชายคลั่งยา กับทางตำรวจ สภ.บ้านแพง เหตุเกิดที่ ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม จนกระทั่ง นายปวริศ แสงทอง อายุ 47 ปี อส.ฝ่ายปกครอง ยิงปืนขนาด 9 มม. เพื่อสยบ นายกิตติศักดิ์ แก้วหมื่นทรง อายุ 33 ปี ชายคลุ้มคลั่ง แต่กระสุนพลาดไปโดนหน้าอก นายวาสนา ศรีกระสอน หรือผู้ใหญ่ตุ๊ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านโพนทอง หมู่ 8 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง นครพนม จำนวน 1 นัด เสียชีวิต ส่วนชายคลั่ง ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ต้นแขนขวา 1 นัด สำหรับศพผู้เสียชีวิต หลังการชันสูตรได้นำมาตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านพัก บ้านโพนทอง หมู่ 8 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม
ล่าสุด ทางด้าน ร.ต.อ.ยุทธพงษ์ สุราสา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพง นครพนม ได้เชิญตัว นายปวริศ แสงทอง อายุ 47 ปี อส.ฝ่ายปกครอง มารับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น ฐานความผิดกระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ส่วนข้อหาอื่นๆ อยู่ระหว่างการสอบสวน พร้อมปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่กระทำการระหว่างปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ในส่วนของ นายกิตติศักดิ์ แก้วหมื่นทรง อายุ 33 ปี ชายคลุ้มคลั่ง ได้อายัดตัวไว้ขณะอยู่ระหว่างการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม พร้อมแจ้งข้อหา ต่อสู้ขัดขวางผู้ซึ่งเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน และพยายามทำร้ายเจ้าพนักงาน ขณะปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงเสพยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สอบถาม นางเย็น ศรีกระสอน อายุ 52 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้านที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ยังทำใจไม่ได้แต่ยอมรับความเป็นจริง เพราะเสียชีวิตในระหว่างการทำงาน ปกติสามีเป็นคนทำงานจริงจัง ขยัน ทำงานตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน มานานถึง 10 ปี เป็นที่รักของชาวบ้าน ชอบอาสา บำบัดทุกข์บำรุงสุข ช่วยเหลือชาวบ้านไม่เคยขาด ยอมรับเสียเสาหลัก มีลูกทั้งหมด 3 คน มีครอบครัวหมดแล้ว ไม่ติดใจการเสียชีวิต เพราะเชื่อว่า คนยิงไม่มีเจตนา เพราะรู้จักกันส่วนตัว ทำงานร่วมกันกับ อส.คนยิงมาตลอด อย่างไรก็ตามขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องดูแลเยียวยา ครอบครัว เพราะต้องดูแลหลาน ทั้งการศึกษา ความเป็นอยู่ ขึ้นอยู่กับความเมตตาของหน่วยงานฝ่ายปกครอง
ทั้งนี้ในส่วนของ นางจินตนา แก้วหมื่นทรง อายุ 60 ปี แม่ชายคลั่ง เปิดเผยว่า ปกติลูกชายทำงานที่ กทม. เพิ่งกลับมาอยู่บ้าน ประมาณ 2 -3 เดือน ยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เชื่อว่าเสพยาจึงมีอารมณ์โมโหร้าย เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อายเพื่อนบ้าน ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และยังไม่รู้ว่าจะรับผิดชอบกับสังคมอย่างไร เพราะรู้สึกอายแทนลูกชาย ส่วนสาเหตุก่อนที่จะอาละวาด เพราะมีปัญหา ทะเลาะกับแม่ เนื่องจากจะเอารถจักรยานยนต์ไปขาย นำเงินมาใช้จ่าย เพราะไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่แม่ไม่ยอม จึงโมโหคลั่ง ทำลายสิ่งของอาละวาด จึงแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่มาระงับเหตุ และเกิดเหตุเศร้าขึ้น
นอกจากนี้ นายสมัย ธรรมชัย อายุ 54 ปี กำนันตำบลโพนทอง อ.บ้านแพง นครพนม เปิดเผยว่า เสียใจกับครอบครัวผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงชาวบ้านทุกคน หดหู่ใจมากที่สูญเสียผู้ใหญ่บ้าน ที่เป็นคนขยันทำงาน ดูแลชาวบ้าน ทำงานมานานถึง 10 ปี ยอมรับเป็นคนขยัน ทำงานเพื่อชุมชน ได้รับรางวัลดีเด่นทุกปี ร่วมทุกกิจกรรมอาสา หวังว่าทางหน่วยงานเกี่ยวข้องจะดูแลช่วยเหลือเยียวยาครอบครัว และอยากให้แก้ปัญหายาเสพติด รวมถึงคนที่เป็นภัยสังคมอย่างจริงจัง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก