พ่อเด็ก 16 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โวยตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ลูกชายขี่ จยย.ไปเฉี่ยวรถไถอดีต กต.ตร.ของโรงพัก ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตำรวจกลับกล่าวหาเด็กประมาท ทำให้รถไถเสียหาย ขณะที่สหวิชาชีพชี้รถไถเป็นฝ่ายผิด แนะให้ไปแจ้งความกล่าวหารถไถ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ อ้างสำนวนถึงมืออัยการแล้ว 8 เดือนผ่าน คดียังไม่คืบหน้า


วันที่ 13 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายธนกร แมลงผึ้ง อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านหนองสะแก ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยอ้างว่ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมจากตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ทำให้ตนซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ ต้องขับรถมาตามคดีลูกชาย 16 ปีนานถึงกว่า 8 เดือน


นายธนกร เล่าว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569 ลูกชาย อายุ 16 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชนกับรถไถนาของอดีต กต.ตร.สภ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์


ตอนเกิดเหตุมีนายมนู แมลงผึ้ง อายุ 45 ปี ลุงของลูกชายอยู่ในที่เกิดเหตุ ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส รถจักรยานยนต์เสียหายทั้งคัน เพราะไปชนกับผานหน้าของรถไถ ตนซึ่งทำงานอยู่กรุงเทพฯ ต้องขับรถกลับมาดูลูก


ซึ่งจากการสอบถามลูกชายและลุงของลูกชาย ทราบว่ารถไถจอดอยู่ข้างทาง แล้วเลี้ยวออกตัวมาเพื่อจะเลี้ยวเข้าประตูรั้วใกล้กัน ลักษณะเหมือนจะโยกเอาหัวออกก่อนแล้วเลี้ยวซ้าย และเป็นช่วงจังหวะที่ลูกชายขับรถมาทางตรงด้านหลังแล้วไปพุ่งชนผานหน้ารถไถที่โผล่ออกมาอย่างจัง


มารู้ทีหลังว่าเจ้าของรถไถเป็นเจ้าของร้านยางชื่อดังใน อ.เฉลิมพระเกียรติ และเคยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ของ สภ.เฉลิมพระเกียรติ หลังเกิดเหตุมีญาติของเจ้าของร้านยางเอาเงินไปให้ที่โรงพยาบาล 1,000 บาท หลังจากนั้นได้เอาเงินมาให้อีก 10,000 บาท รวมเป็น 11,000 บาท


แต่ตนงงเรื่องคดีเพราะตอนแรกตำรวจอ้างว่าเป็นการประมาทร่วม แต่ตอนหลังมาแจ้งข้อกล่าวหาลูกชายว่าประมาทฝ่ายเดียวแล้วทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ทั้งที่มีผานหน้ารถไถซึ่งเป็นเหล็กหนา มีรอยเพียงนิดเดียว ตำรวจทำสำนวนส่งฟ้องทันที


ต่อมาสหวิชาชีพ ได้เรียกลูกชายไปสอบปากคำ ปรากฏว่าสหวิชาชีพชี้ว่ารถไถเป็นฝ่ายผิด และให้ตนกับลูกชายไปแจ้งความกล่าวหารถไถ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความอ้างว่าสำนวนส่งอัยการแล้ว


ถึงตอนนี้ผ่านมากว่า 8 เดือน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ทั้งทางด้านคดีและมูลค่าความเสียหายที่ลูกชายจะได้รับ ทั้งบาดเจ็บและรถจักรยานยนต์เสียหายทั้งคัน วัตถุประสงค์คือต้องการให้เจ้าของรถไถมารับผิดชอบเรื่องรถจักรยานยนต์ที่เสียหายสิ้นเชิง แต่ยังไม่มีคำตอบ



นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์ เล่าว่า ตนขับรถมาด้วยความเร็วประมาณ 70 กม./ชม. ตอนแรกมองเห็นรถไถจอดอยู่ข้างทาง แต่จู่ ๆ รถไถได้โผล่ออกมาถนน หักหลบไม่ทันจึงพุ่งชนตรงผานไถแล้วสลบไป นอนอยู่โรงพยาบาล 16 วันแล้วออกมาพักฟื้นที่บ้านอีกกว่า 1 เดือน ตอนนี้ยกของหนักยังไม่ได้


อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อเจ้าของรถไถ แต่ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลว่าตอนแรกจะชดใช้ค่ารถจักรยานยนต์ให้ แต่การพูดคุยกันไม่ลงรอยกัน ตนจึงปล่อยให้ไปตามกระบวนการ รวมถึงพยายามติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงไปยังตำรวจที่เกี่ยวข้องใน สภ.เฉลิมพระเกียรติ สำหรับความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป