ตร.ไซเบอร์ รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเวียดนาม คาสนามบิน หลังลวงเหยื่อกว่า 3 ล้าน ชวนลงทุนคลินิกความงาม ก่อนยักย้ายถ่ายเทเงิน แปลงสภาพทรัพย์สิน ซื้อทองคำแท่ง


วันที่ 13 ก.ย. 2569 มีรายงานว่า วานนี้ (12 ก.ย.) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 สั่งการให้ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 พ.ต.ท.สมิทธิกิจ อินทรหอม, พ.ต.ท.วัฒนา สวัสดิ์มงคล รอง ผกก. (สอบสวน) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 และกำลังตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 จับกุมตัว นายแวน อายุ 31 ปี สัญชาติเวียดนาม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.1016/2569 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2569

ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

ในการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 สืบสวนแผนประทุษกรรมแยบยลของแก๊งมิจฉาชีพที่ใช้นอมินีสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็น “แพทย์หญิง” สังกัดคลินิกเสริมความงามชื่อดัง ทำที “ทักแชตไลน์ผิดคน” เข้าหาผู้เสียหาย ก่อนใช้จิตวิทยาหลอกสร้างความสนิทสนม ชักชวนร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมอ้างผลตอบแทนสูงร้อยละ 10 เปอร์เซ็นต์

โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งหลงเชื่อโอนเงินรวมกว่า 3,000,000 บาท แล้วต้องการถอนเงิน กลุ่มคนร้ายจะใช้อุบายอ้างเงื่อนไขต้องโอนเพิ่มอีก 25 เปอร์เซ็นต์ เป็นค่าภาษีเพื่อยื้อเวลาและหลอกเอาเงินเพิ่ม จากนั้นจึงยักย้ายถ่ายเทเงินอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ผ่านบัญชีม้าทั้งรูปแบบบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล นำไปฟอกเงินผ่านการส่งตัวแทนเข้ากว้านซื้อทองคำแท่งหน้าร้านด้วยเงินสดหรือเงินโอนเพื่อแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า นายแวน เป็นตัวการสำคัญ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเข้ามากว้านซื้อทองคำที่หน้าร้านทอง และได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไทยไปก่อนหน้านี้ และจะเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง ในวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าอาจเข้ามาเตรียมการเพื่อกระทำความผิดซ้ำอีก จึงวางกำลังเฝ้าติดตามที่ประตูทางออกผู้โดยสารระหว่างประเทศ ขาเข้า ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กระทั่งพบตัวนายแวน ไฮฮุย เดินทางเข้ามาตามข้อมูลที่ได้รับ จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้ ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.