ตำรวจชุดจับกุม อดีตลูกศิษย์ เปิดเส้นทางชีวิต “สมีโชติ” ก่อนห่มผ้าเหลือง เคยเป็นอดีตร่างทรง มีครอบครัว แห่แชร์คำสาปสร้างจตุคามฯ ของ “พล.ต.ท.สรรเพชญ”
วันที่ 12 ก.ย. 2569 จากกรณี “สมีโชติ” หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “เป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, เป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
และสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ ถูกจับกุมตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย.69 ในข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน”
โดยหากย้อนชีวิตของ “สมีโชติ” จากคำบอกเล่าของ พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รอง ผกก.1 บก.ป. ซึ่งเป็นอดีตลูกศิษย์ เล่าว่า นายอติโชติ ในอดีตเคยเป็นร่างทรง เคยตั้งสำนักดูดวงในคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว ช่วงอายุ 35-36 เคยมีภรรยา แต่คบได้ประมาณ 2 ปีเท่านั้น แต่ด้วยเพราะเป็นคนที่ฝักใฝ่ในธรรมะ จึงขอภรรยาบวช และไปนุ่งขาว ห่มขาว อยู่ที่วัดพุทไธศวรรย์ ทำให้ หลวงปู่หวล เจ้าอาวาส ณ ขณะนั้น บวชพระให้ และกลายมาเป็นพระลูกวัดพุทไธศวรรย์
นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ให้ข้อมูลด้วยว่า สมีโชติ เอง มีสีกาที่ใกล้ชิดอยู่ประมาณ 3 คน คนแรกคือ สีกา ก. อายุประมาณ 40 กว่า เจ้าของธุรกิจครีม ซึ่งคาดว่าจะเป็นอดีตภรรยา โดยมาร่วมงานบุญของวัดเป็นประจำ , คนที่สองคือ สีกา ป. อายุประมาณ 50 ปี ชาวบุรีรัมย์ เป็นคนสวย แต่งตัวดี เข้าออกกุฏิได้สะดวก และคนสุดท้ายคือ สีกาเอ๋ อดีตเชียร์ลีดเดอร์ และดีเจวิทยุชุมชน ซึ่งหลังจากที่สีกาเอ๋ เข้ามา สีกา ก. และ สีกา ป. ก็ไม่ค่อยมาที่วัดอีกเลย
ขณะเดียวกันในโซเชียลตอนนี้มีการแชร์คลิปคำสาป “จตุคามรามเทพเก๊” ที่ พลตำรวจโท สรรเพชญ ธรรมาธิกุล “กูรูจตุคามรามเทพ” ผู้เป็นตำนานสร้างจตุคาม รุ่นแรกเมืองคอน เคยวิจารณ์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งมีการพูดถึงชื่อของ “สมีโชติ” เอาไว้ด้วย โดยระบุว่า ถ้ามีการสร้าง หรือปลุกเสกองค์จตุคามรามเทพ ที่ไหนก็ตาม หลังจากปี 2544 ตีเก๊หมด โดยเฉพาะที่มาจากสายของ โกผ่อง ที่นำวัตถุมงคลไปขายจนถูกไล่ออก อ้างว่าตัวเองเป็นคนทรง มีการไปชักชวนคนอื่นทำองค์จตุคามฯ ขึ้นมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ อดีตพระโชติ และถ้าใครถือไว้ โยนทิ้งได้เลย ไม่อย่างนั้นจะโดนคำสาปแช่ง