เปิดไทม์ไลน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ กับ สีกาเอ๋ พบเริ่มจากเป็นโยมอุปัฏฐาก ร่ำรวยผิดปกติ 3 ปีมีบ้าน มีรถ ทรัพย์อื้อ
วันที่ 11 ก.ย.69 ที่ บก.ปปป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบจัดแถลงข่าวกรณี การจับกุม “สมีโชติ” หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท รวมไปถึงสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ โดยเข้าจับกุมเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (10 ก.ย. 2569)
ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ กก.1 บก.ป. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
โดยช่วงหนึ่ง ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป ได้ตอบคำถามกรณีไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ระหว่าง ทิดโชติ หรือ อดีตเจ้าอาวาส กับ สีกาเอ๋ ว่า สำหรับสีกาเอ๋ เข้ามาเป็นโยมอุปัฏฐากเมื่อปี 2550 แต่เรื่องความสัมพันธ์กับพระ ไม่ขอลงละเอียดว่าไปรู้จัก สนิทสนมกันตอนไหน แต่ในทางสืบสวน เมื่อปี 2562 สีกาเอ๋ เป็นบุคคลล้มละลาย ปลดล้มละลายเมื่อปี 2565
ภายใน 3 ปีกลับพบว่าร่ำรวยผิดปกติ มีบ้าน 2 หลัง มีรถ มีทรัพย์สินมากขึ้น ทั้งที่ไม่ได้มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบ และดำเนินคดี
แต่ในการให้ปากคำ สีกาเอ๋ อ้างว่าได้มาจากการทำมาหากิน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา แต่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดี
ในช่วงหนึ่ง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. บอกว่า วัดที่มีผลประโยชน์เรื่องเงินเข้ามาเยอะ มักจะมีสีกา ที่เข้ามาในนามโยมอุปัฏฐากเข้ามาหา คล้ายกับพฤติกรรมของมิจฉาชีพ จึงอยากให้ประชาชน คนในวัดช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ให้คนกลุ่มนี้เข้ามาเป็นเห็บไรทางศาสนา.