“สำนักพุทธ” เผย ทิดโชติ หรือ อดีตหลวงพ่ออติโชติ ไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้ หลังไม่ได้สึกจากความสมัครใจ เป็นเหตุปาราชิก


วันที่ 11 ก.ย. 2569 ที่ บก.ปปป. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจกองปราบจัดแถลงข่าวกรณี การจับกุม “สมีโชติ” หรือ “ทิดโชติ” อดีตเจ้าคุณอติโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง วัดดังกรุงเก่าอยุธยา ต้นตำรับเหรียญองค์พ่อจตุคาม รุ่น “เหนือดวง” ยักยอกเงินทำบุญวัดกว่า 100 ล้านบาท รวมไปถึงสีกาเอ๋ น.ส.ปุณยวีร์ โดยเข้าจับกุมเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (10 ก.ย. 2569)

โดยตำรวจสอบสวนกลาง สนธิกำลังร่วมกับ ปปง. และสำนักพุทธ จากการตรวจค้น 6 จุด ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ อยุธยา ปทุมธานี และ บุรีรัมย์ สามารถตรวจยึดทรัพย์ที่แปลงสภาพมาได้ รวม 215 ล้านบาท ซุกซ่อนตามที่ต่างๆ ในกุฏิ ไม่ว่าจะเป็น เงินสดสกุลไทย และสกุลต่างประเทศ จำนวน 144 ล้านบาท ทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ น้ำหนัก 1,066 บาท พระเครื่องจำนวนมาก และโฉนดที่ดิน 28 รายการ

หลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ขยายผลต่อ เพื่อหาบุคคลที่กระทำผิดเพิ่มเติม พร้อมจะได้แยกเงินที่ตรวจยึดมาได้ ว่าส่วนไหนเป็นเงินส่วนตัว ส่วนไหนเป็นเงินวัด และแยกคนไม่ดีออกจากวัด เพื่อคืนความเชื่อมั่น และศรัทธาให้ประชาชนต่อไป

ทั้งนี้ นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สาเหตุที่อดีตเจ้าคุณอติโชติ สึกไม่ได้เกิดจากความสมัครใจ แต่เป็นเหตุปาราชิก ทำให้ไม่สามารถกลับมาบวชใหม่ได้

ในส่วนของเรื่องเงินตอนนี้สำนักพุทธ วัดทุกวัด มีระบบคิวอาร์โค้ด ซึ่งทุกบาททุกสตางค์จะเข้าบัญชีวัดโดยตรง แต่ในบางพื้นที่ก็ยังมีตู้บริจาคสำหรับคนแก่อยู่ ยังยกเลิกตู้ไม่ได้ ซึ่งในส่วนของการสแกนคิวอาร์โค้ดเข้าบัญชีวัด ผู้ทำบุญสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

นายกฤศกร กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการป้องกัน ทางสำนักพุทธ ได้สุ่มเข้าตรวจวัดที่สุ่มเสี่ยงที่มีรายได้เข้าวัดค่อนข้างเยอะ เพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้น ยืนยันว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้.