ผู้การฯสุรินทร์ แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพ หลังผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 64 ปี ถูกแก๊งคอลฯหลอกโอนเงิน 2 ล้าน อ้างเรื่องภาษีที่ดิน พนักงานแบงก์ตรวจพบธุรกรรมบัญชีม้าต้องสงสัยอายัดเงินได้ทัน รวบทันควัน 2 ผู้ต้องหา



เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.เอกรัฐ ไชยผล รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุรินทร์ แจ้งเตือนภัยมิจฉาชีพใช้กลเม็ดหลอกลวงให้โอนเงิน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กด 1441 (สายด่วนศูนย์ AOC (Anti Online Scam Operation Center) หรือศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์) แล้วรีบแจ้งตำรวจ หรือเดินทางมาสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่ออายัดเงินในระบบทันที



สืบเนื่องจาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ รับแจ้งความ ภายหลังมีผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 64 ปี เจ้าของธุรกิจโรงกลึงชื่อดังในจังหวัดสุรินทร์ ถูกมิจฉาชีพแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาออกอุบายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองนอกเมือง แจ้งผู้เสียหายว่าไม่ได้ยื่นแบบการเสียภาษีที่ดินโรงเรือน โดยให้ทางผู้เสียหายยืนยันตัวตน และแสดงราคาประเมินของที่ดิน พร้อมหลอกให้รับแอดไลน์ เพื่อการประสานงานติดต่อ และทำให้เสร็จภายในวันเดียว พร้อมยื่นโอนเงินเสียค่าภาษีที่ดิน ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ของธนาคารแห่งหนึ่ง จำนวน 9,000 บาท


ก่อนหลอกล่อให้หญิงผู้เสียหายเปลี่ยนภาษาในไลน์เป็นภาษาอังกฤษ อ้างว่าเพื่อความสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งให้ยกเลิกการแจ้งเตือนข้อความ SMS และให้ผู้เสียหายกดตัวเลขตามการประเมินราคาที่ดินในเบื้องต้น จำนวน 2,000,000 บาท (โดยผู้เสียหายไม่เข้าใจภาษาอังกฤษเลย เพียงทำตามขั้นตอนของมิจฉาชีพที่มีความชำนาญช่ำชองในการหลอกล่อ ให้กดตามที่บอก)


สุดท้ายผู้เสียหายกดตัวเลขจำนวน 2,000,000 บาทไป ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพเมื่อได้รับการโอนเงินแล้ว ได้ไปทำธุรกรรมถอนเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่ธนาคารดังกล่าว สาขาฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต แต่ทางธนาคารมีเงินสำรองไว้เพียง 1,000,000 บาทเท่านั้น ทางธนาคารเห็นชายดังกล่าวมีพิรุธ จึงรีบตรวจสอบตัวเลขเคสไอดีของบัญชี พบว่ามีการแจ้งอายัดไว้ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1441 ก่อนประสานตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เข้าตรวจสอบพฤติกรรมของชายดังกล่าวที่ธนาคาร พบว่าชายดังกล่าวที่มาขึ้นบัญชีเพื่อถอนเงินเป็นกลุ่มบัญชีม้า จึงควบคุมตัวเอาไว้ได้


ทราบชื่อต่อมา คือ นายสุทธินันท์ พันธ์สวัสดิ์ (ผู้ก่อเหตุ) สวมเสื้อสีฟ้า อายุ 43 ปี และนายธนกฤต พงษ์รัชต์กุล (ผู้ก่อเหตุ) สวมเสื้อสีน้ำเงินเข้ม อายุ 20 ปี ก่อนนำตัวมาที่จังหวัดสุรินทร์ โดยเงิน 1,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะส่งคืนแก่ผู้เสียหายภายหลัง ส่วนอีก 1,000,000 บาทได้ทำการอายัดธุรกรรมการถอนเงินไว้แล้ว ซึ่งน่าจะส่งคืนให้ผู้เสียหายได้ไม่เกิน 1 เดือน



ทางด้าน พล.ต.ต.สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ ได้รับรายงานดังกล่าว พร้อมกำชับให้พนักงานสอบสวนติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และชื่นชมการทำงานของตำรวจที่รวดเร็วและสามารถจับกุมแก๊งมิจฉาชีพและนำเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายได้สำเร็จ ส่วนมิจฉาชีพ เป็นคนไทย 2 คน คนแรกอยู่อำเภอหล่มสัก อีกคนอยู่อำเภอสีคิ้ว พ่อเป็นคนไทยแม่เป็นชาวกัมพูชา พฤติกรรมจะหลอกล่อผู้สูงอายุ โดยอ้างเป็นหน่วยงานราชการอีกด้วย.