ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา บุกรวบ “ไอซ์” ทำหน้าที่ตัวชี้เป้าให้แก๊งแอบอ้างเป็นตำรวจ อุ้มพนักงานร้านนวด ข่มขู่กักขังและรีดเงิน ผกก. ลั่นหากขยายผลพบตำรวจนายใดอยู่เบื้องหลัง ดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด ไม่มีละเว้น


เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2569 พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุรเดช อิ่มใจ สว.สส.สภ.เมืองพัทยา และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ร่วมกันติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีแก๊งชายฉกรรจ์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกตรวจค้นและควบคุมตัวเหยื่อ ก่อนข่มขู่เรียกรับเงินและบังคับให้ทำหน้าที่เป็นสายลับล่อซื้อชาวต่างชาติ


จากการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายเกียรติศักดิ์ คุณะ อายุ 40 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็น LGBTQ ได้ที่ห้องเช่ารายวันแห่งหนึ่งบริเวณพัทยาสายสาม โดยชุดสืบสวนเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวนานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งพบตัวผู้ต้องหากำลังเตรียมออกจากห้องพัก จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองพัทยา


จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเกียรติศักดิ์ให้การยอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง โดยเจ้าตัวทำหน้าที่เป็น “ตัวชี้เป้า” คอยหาข้อมูลและชี้เป้าบุคคลที่จะตกเป็นเหยื่อให้กับกลุ่มดังกล่าว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลว่านายเกียรติศักดิ์เคยมีประวัติต้องโทษในคดีจำหน่ายยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำมาได้ประมาณ 1 ปี ก่อนจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว

      

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา พนักงานร้านนวด จำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความร้องเรียนกับตำรวจ หลังถูกชายฉกรรจ์ จำนวน 3 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกเข้าไปตรวจค้นภายในร้าน ก่อนควบคุมตัวพนักงานทั้งหมดไปยังห้องพักแห่งหนึ่งย่านหาดจอมเทียน โดยอ้างว่าจะตรวจหาสารเสพติด


แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวใช้อำนาจข่มขู่และกดดันเหยื่อ พร้อมบังคับให้ทำหน้าที่เป็นสายลับ เพื่อล่อซื้อชาวต่างชาติ รวมทั้งเรียกรับเงินจำนวนรวม 7,500 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว


ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม นายเฉลิมโชติ หรือ “โชติ” จัททร์มะณี อายุ 30 ปี อดีตนักร้องหมอลำ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวได้แล้ว และจากแนวทางการสืบสวนขยายผล ทำให้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลของผู้ร่วมขบวนการรายอื่น จนนำไปสู่การติดตามจับกุมนายเกียรติศักดิ์ได้ในที่สุด


เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สิน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย


ด้าน พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า คดีดังกล่าวถือเป็นคดีอุกอาจ เนื่องจากผู้ก่อเหตุแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและใช้อำนาจข่มขู่ประชาชนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน และยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมฝากเตือนประชาชน หากพบผู้ใดแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจค้น ควบคุมตัว หรือเรียกรับเงิน ขอให้ตรวจสอบและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด หากกระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด



ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ยังคงเร่งติดตามผู้ต้องหาที่เหลืออีก 1 ราย ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา คือ นายอนันต์ หรือ “ป้อม” ปัญญาพอ อายุ 45 ปี ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามหาเบาะแสและคาดว่าจะสามารถนำตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็ว ๆ นี้


นอกจากนี้หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดให้ท้าย และเป็นผู้เกี่ยวข้อง หากสืบพบพยานหรือหลักฐาน จะต้องขยายผลไปดำเนินคดีตามกระบวนการขั้นเด็ดขาด โดยไม่มีข้อละเว้น