หญิงวัย 49 กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แฉวีรกรรมแก๊งตบทองหลอกเอาทอง 4 บาท อ้างพาไปทำพิธีขอเลขเด็ด กลับมาบ้านกลายเป็นทองปลอม เชื่อมีคนตกเป็นเหยื่อหลายคน
วันที่ 8 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่าถูกหลอกชักชวนโดยใช้กลอุบายว่าจะพาไปเอาเลขเด็ด เพราะถูกหวยติดต่อกันมาทุกงวด โดยถูกหลอกให้ถอดทรัพย์สินและของมีค่าในตัวทั้งหมดใส่ในซองเพื่อทำพิธี แต่หลังจากทำพิธีเสร็จพอกลับถึงบ้านเปิดดูกลับได้แต่ดอกไม้กับเทียนและทองปลอม 1 เส้นเท่านั้น ทำถึงกับเข่าทรุดเกือบเป็นลม
น.ส.กรวรรณ อายุ 49 ปี ชาว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ขณะขายผักอยู่ที่ตลาดสด ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 55 ปี เข้ามาชักชวนพาไปขอเลขเด็ด เนื่องจากถูกหวยมาทุกงวด ผู้เสียหายจึงได้หลงเชื่อจึงได้ตามไปด้วย ที่วัดภูปอ ต.ภูปอ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
เมื่อไปถึงบริเวณพิธีมีชาย 2 คน หญิง 2 คน และพระภิกษุ 1 รูป ก่อนจะทำพิธีพระได้บอกให้ถอดทรัพย์สินของมีค่าออกมาทั้งหมด แล้วห่อใส่ซองเพื่อทำพิธี จึงได้หลงเชื่อพร้อมกับถอดสร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท แหวนทองคำ 1 สลึง เงินสด 1,000 บาท ใส่ห่อทั้งหมด เมื่อทำพิธีเสร็จแล้วกลุ่มคนดังกล่าวได้มอบห่อที่ทำพิธีให้กับผู้เสียหายให้ไปแกะดูที่บ้าน ห้ามแกะที่บริเวณพิธีโดยเด็ดขาด เมื่อเดินทางกลับถึงบ้านในช่วงเวลา 15.00 น. พอเปิดออกดูแล้วไม่พบทรัพย์สินดังกล่าว พบแต่ดอกไม้กับเทียน สร้อยข้อมือชุบทองปลอม จำนวน 1 เส้นเท่านั้น
โดยคิดว่าในช่วงที่พระสวดทำพิธีอยู่นั้น ระหว่างตนเองที่ก้มหน้าลงกราบ แล้วมีการพระพรมน้ำมนต์ น่าจะเป็นจังหวะที่คนร้ายได้สลับซองทรัพย์สินของตน หลังเสร็จพิธีจึงคืนซองให้แล้วบอกว่าอย่าแกะตรงนี้ ให้ไปแกะที่บ้าน พอเปิดดูก็ตกใจมาก จนวันนั้นรีบกลับไปตามดูที่วัด ถามชาวบ้านว่ามีบุคคลกลุ่มนี้ไหม พระอาจารย์รูปนี้ไหม ชาวบ้านก็บอกว่าไม่มี จึงตั้งสติก่อน วันต่อมาจึงได้ไปเข้าแจ้งความดำเนินคดี ตอนแรกทางพี่ตำรวจก็บอกจะช่วยเต็มที่ แต่ตอนนี้ผ่านมาจะเข้าเดือนที่ 3 แล้วเรื่องก็ยังเงียบอยู่เลย ส่วนเลขเด็ดที่เขาเขียนมาให้นั้นก็มาออกงวดถัดมาจริง ๆ แต่ตนเองไม่ใช่คนเล่นหวยก็เลยไม่ได้ซื้อ
“คิดว่าคนน่าจะโดนแบบนี้เยอะ แต่เขาตามแล้วไม่ได้คืน เรื่องก็เลยเงียบไปเลย ทรัพย์สินทั้งหมดนี้หามาด้วยความบริสุทธิ์ อดตาหลับขับตานอนตื่นตี 2 ทุกวัน มาขายของที่ตลาดกว่าจะได้กลับบ้านแต่ละวันก็ 2 ทุ่ม มันเป็นน้ำพักน้ำแรง ตอนนี้ไม่ได้บอกคนในครอบครัว เพราะกลัวว่าทุกคนจะเป็นห่วง” ผู้เสียหายเล่าทั้งน้ำตา
ต่อมาวันที่ 14 มิถุนายน 2569 จึงได้เดินทางไปยัง สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ พ.ต.ท.อุทัย แก้วบุญ พนักงานสอบสวน เนื่องจากกลับไปดูที่วัดแล้วไม่พบกลุ่มคนดังกล่าว จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวงเอาทรัพย์สินไปแล้ว เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายที่หลอกลวงจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
โดยผู้เสียหายได้ไปติดตามขอดูกล้องจากชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าว ก็พบว่ารถของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เป็นรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่น Revo สีดำ หมายเลขทะเบียน อุดรธานี ได้ขับเข้าในพื้นที่เวลา 09.36 น. ในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 และขับออกจากพื้นที่เวลา 15.48 น. ในวันเดียวกัน.