แม่ตาบอด หอบความช้ำขอความช่วยเหลือ “สายไหมต้องรอด” ถูกลูกชายทาสยา ไถเงินวันละ 300 บาท ไปซื้อยาเสพติด หากไม่ให้จะถูกทำร้าย ทุบตี แถมบังคับให้ไปกู้ หรือยืมคนอื่นมาให้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 ก.ย. 69 ร.ต.อ.สมเกียรติ จัตุรัส รองสวป.สน.สายไหม ร่วมกับ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในแขวงและเขตสายไหม กทม. ภายหลังได้รับการร้องทุกข์จากนางจันทร์เพ็ญ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี พนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ซึ่งตาขวาบอด แจ้งว่าถูกนายปรเมศวร์ อายุ 27 ปี ลูกชายติดยาเสพติดหนักขอเงินไม่ได้ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ
ระหว่างเดินทาง นางจันทร์เพ็ญนั่งอยู่บนรถยนต์ของทีมงานสายไหมต้องรอด ได้รับสายโทรศัพท์จาก นายปรเมศวร์ที่โทรเข้ามาข่มขู่ด้วยถ้อยคำหยาบคายรุนแรงเพื่อสั่งให้รีบกลับบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่และทีมงานเดินทางไปถึงบริเวณหน้าบ้าน พบนายปรเมศวร์เดินออกมาพอดี สังเกตเห็นพกอาวุธมีดเหน็บไว้ที่เอวตลอดตัดสินใจเข้าชาร์จ ล็อกตัว และกดลงกับพื้นเพื่อความปลอดภัยทันที
นางจันทร์เพ็ญ เผยทั้งน้ำตา ด้วยความหดหู่ใจว่า ตนร้องเพจสายไหมต้องรอด ให้ช่วยเหลือหลังถูกลูกชายบังคับข่มขู่ทำร้าย รีดไถเงินไปเสพยา วันละ 300 บาททุกวัน หากวันไหนไม่มีเงินให้ จะต้องถูกซ้อมถูกทำร้ายร่างกายเป็นประจำ ตนได้ค่าแรงเพียงวันละ 390 บาท แต่ถูกลูกชายเอาเงินวันละ 300 บาท เพื่อไปซื้อยาเสพติด วันไหนไม่มีเงิน จะถูกบังคับให้ไปกู้ยืมเงินจากเพื่อนที่ทำงาน หากไม่ได้จะถูกกระทืบ ชกต่อย ทุบตี อย่างทารุณ
นางจันทร์เพ็ญ เผยอีกว่า ตนป่วยตาเป็นต้อหิน ตั้งใจเก็บเงินไปรักษาดวงตา แต่ถูกลูกชายขูดรีดเอาเงินไปจนหมดทำให้ไม่มีแม้กระทั่งเงินรักษาดวงตา จนปัจจุบันตาบอดสนิท 1 ข้าง สาเหตุที่ขอความช่วยเหลือจากสายไหมต้องรอด เนื่องจากตอนนี้ไม่มีเงินติดตัว และไปหาหยิบยืมใครไม่ได้อีกแล้ว กลัวว่าวันพรุ่งนี้หากไม่มีเงินให้ จะถูกซ้อมถูกทำร้ายร่างกายอีก เคยไปแจ้งความ ตำรวจส่งตัวไปดำเนินคดีที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง หลังบำบัดไม่กี่วัน ลูกก็กลับมาบ้าน และทำร้ายตนอีกเหมือนเดิม แถมยังเคยบังคับให้ตนเดินทางไปสถานที่บำบัด และเอาปัสสาวะของตนไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจ หวังจะหลุดไม่ต้องไปรายงานตัวอีก ตนปฏิเสธไม่ได้เพราะกลัวจะถูกทำร้าย เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ตนเพิ่งถูกลูกชายตบเข้าที่บ้องหูอย่างแรง เพียงเพราะไม่พอใจที่ไปขอให้เพื่อนของลูกชายช่วยขึ้นไปหยิบบุหรี่บนห้องนอนให้ เคยคิดจะจบชีวิตตัวเองหลายครั้ง แต่ต้องหักห้ามใจ เพราะความเป็นห่วงว่าลูกชายจะอยู่อย่างไรหากไม่มีตน แต่ตอนนี้หมดที่พึ่ง ตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือ ต้องการให้ตำรวจจับตัวลูกไปบำบัด
ด้าน นายปรเมศวร์ กล่าวยอมรับว่า ได้ลงมือทำร้ายร่างกายแม่จริง อ้างด้วยอารมณ์โกรธว่า แม่ไม่ยอมดูแลเอาใจใส่ตนเอง แม้ตอนแรกจะปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้ขอเงินไปซื้อยาเสพติด แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก กลับพบหลักฐานชัดเจนเป็นอุปกรณ์การเสพ ยาอี และกัญชา วางกระจายอยู่กลางบ้าน นอกจากนี้ยังพบไม้คมแฝก 2 อัน ก่อนที่นายปรเมศวร์จะนั่งคุกเข่าต่อหน้าแม่ยกมือไหว้ขอโทษ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายปรเมศวร์ไปสอบปากคำที่โรงพัก พร้อมเตรียมส่งตัวไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายเพื่อประกอบการดำเนินคดี เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา ทำร้ายร่างกาย และข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนข้อหาอื่นๆ เช่น การข่มขู่คุกคาม และความผิดเกี่ยวกับอาวุธ จะต้องรอให้ผู้เป็นแม่เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมต่อไป