“ทนายตั้ม” ขี่เจ็ตสกีบก ร้องดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” และมูลนิธิฯ ปมเงินบริจาค-ชุดเกราะ-เปิดบริษัทนอมินี พร้อมมอบหลักฐาน อ้างเป็น “คลิปลับ” การทำงานของมูลนิธิฯ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม พร้อมทีมการ์ดรักษาความปลอดภัย ยื่นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบ “กัน จอมพลัง” และ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” กรณีใช้จ่ายเงินบริจาคไม่โปร่งใส มีการเปิดบริษัทนอมินีมารับงานกินส่วนต่าง ซื้อเสื้อเกราะแพงกว่าราคาตลาด และมีการวิ่งเต้นคดีนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินจากเว็บพนันออนไลน์ หรือไม่

ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ ทนายตั้มได้มีการขับเจ็ตสกีบกสีส้มดำ พร้อมสวมชุดว่ายน้ำ เสื้อชูชีพ แว่นตาสีดำ และติดหนวด ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชุดสูทสีแดง เพื่อให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง


นายษิทรา กล่าวว่า วันนี้ตนเองขับเจ็ตสกีมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการทำคอนเทนต์ต่างๆ ในช่วงนี้ตนเองอยากให้สื่อและประชาชนสนใจเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ อีก 70 เปอร์เซ็นต์ คือเนื้อหา ซึ่งการทำคอนเทนต์เพื่อต้องการให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งเหล่านี้สามารถจัดเตรียมขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะช่วยเหลือคนหรืออะไรก็ตาม แค่ตั้งกล้องตามจุดต่างๆ

สำหรับวันนี้ได้นำหนังสือมายื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” หลังได้รับข้อมูลจำนวนมาก โดยอ้างว่าหากข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริง อาจมีลักษณะไม่ต่างจากองค์กรอาชญากรรม ทั้งการจ่ายเงินให้คนที่เข้ามาทำงานเป็นเงินสด เพื่อไม่ให้มีช่องทางติดต่อกับมูลนิธิ และการให้หาบัญชีม้าจากคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้อง โดยจ่ายให้บัญชีละ 5,000 บาท เพื่อใช้รับโอนเงิน โดยมีเงินเข้า 1 บัญชี ยอดกว่า 10 ล้านบาทในคืนเดียว พร้อมตั้งคำถามถึง กัน จอมพลัง ด้วยว่ารู้จัก ชนพัฒน์ นาคสั้ว หรือไม่ และที่บอกว่าคนนู้นคนนี้ไม่เกี่ยวกับเว็บพนัน เพราะตัวเองมีส่วนในการวิ่งเต้นคดีใช่หรือไม่ ยืนยันว่า มีหลักฐานการโอนเงินจำนวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีเลขาของภรรยากัน จอมพลัง โดยในขณะนั้นบัญชีดังกล่าวถูกธนาคารอายัด แต่ภายหลังสามารถปลดล็อกได้ และวันนี้ได้นำหลักฐานเป็น “คลิปลับ” มามอบให้ ดีเอสไอ ซึ่งเป็นคลิปในการทำงานของมูลนิธิฯ