เหตุเก๋งชน จยย. แล้วหนี ที่พิษณุโลก ทำ “ข้าวปั้น” อดีตนักดนตรีวงโยธวาทิต โรงเรียนดังที่พิษณุโลกเสียชีวิต ตร.แกะรอยวงจรปิด พบคนขับเป็นตำรวจยศ “พ.ต.ท.” ซ้ำรถสวมทะเบียน ครอบครัวหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2569 ที่วัดสุดสวาสดิ์ หมู่ 3 บางสะแก ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ครอบครัว นายพีรณัฐ ระทวย หรือ ข้าวปั้น อายุ 16 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งเสียชีวิตจากถูกรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ ก่อนที่รถยนต์จะขับหนีไป ได้เดินทางมาร่วมทำบุญเก็บกระดูก หลังมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 คืน โดยไร้วี่แววผู้ขับขี่รถยนต์คันก่อเหตุมารับผิดชอบค่าเสียหาย แสดงความเสียใจแก่ครอบครัว หรือมอบตัวกับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
นายพลกฤณ์ เสือคล้าย อายุ 37 ปี และ นางสาวศิริพร เสือคล้าย อายุ 37 ปี พ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงของน้องข้าวปั้น เผยว่า ยังทำใจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ ผ่านมา 5 วันแล้ว คู่กรณีผู้ขับขี่รถยนต์ยังหลบหนี ยิ่งมารู้ว่าทะเบียนรถยนต์ไม่ตรงกับรถยนต์ที่ก่อเหตุ ยิ่งกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม น้องข้าวปั้น เป็นอดีตนักดนตรีวงโยธวาทิต โรงเรียนพุทธชินราช และได้ศึกษาต่อที่วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก สาขาสถาปัตยกรรม ปวช.ปี 1 ทำงานหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียน โดยไม่พึ่งพาครอบครัว โดยวันเกิดเหตุ น้องข้าวปั้น ออกไปทำงานที่ร้านขายข้าวมันไก่และกำลังจะกลับบ้าน และรู้ว่าน้องเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตก็ตอนสายๆ จากร้อยเวรโทรศัพท์มาบอก ครอบครัวที่ได้รู้ข่าวถึงกับเข่าทรุด ต่อมาทางครอบครัวก็ได้รับข้อมูลข่าวสารจากช่องทางต่างๆ ว่า ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวเป็นนายตำรวจยศใหญ่ ทำให้ครอบครัวกลัวเรื่องคดีไม่ตรงไปตรงมา กลัวเปลี่ยนตัวผู้กระทำความผิด และตอนนี้ก็มีโทรศัพท์มาขอไกล่เกลี่ย โทรมาสอบถามเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ก็ไม่มีผู้ใดมาแสดงตน
นายณฐชนน ชนะบูรณาศักดิ์ หรือ โฟล์ค สส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคประชาชน ได้เข้ามาช่วยติดตามคดีอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า ตนได้รับการขอความช่วยเหลือจากญาติ และ เพื่อนๆ ของผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่าคดีชนแล้วหลบหนีไม่มีความคืบหน้า ตนเองจึงได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้เร่งรัดคดีนี้ก็ได้คำตอบมาว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามกล้องวงจรปิด และพบรถคันดังกล่าวแล้ว แต่ทะเบียนรถยนต์ไม่ตรงกัน คาดว่าเป็นทะเบียนปลอม และมาพบข้อมูลเพิ่มเติมว่า รถคันดังกล่าว มีตำรวจยศ พ.ต.ท. เป็นคนขับออกจากร้านตะวันแดง มาเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์และหลบหนี ทำให้ญาติกลัวคดีจะเงียบและไม่รับผิดชอบความเสียหายจากการกระทำความผิด เพราะผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี ที่ออกมาทำงานร้านข้าวมันไก่ ร้านหมูกระทะ เพื่อหารายได้เสริมให้แก่ครอบครัว ตนเองจึงยื่นมือมาให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย และติดตามคดีเพื่อขอความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียหายในครั้งนี้
นายณฐชนน กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ตนเองเข้ามาช่วยเหลือก็มีโทรศัพท์ลึกลับโทรมาข่มขู่ เช้านี้จะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความเอาผิดแก่ผู้โทรศัพท์มาข่มขู่ด้วย
ต่อมาผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกได้สอบถาม พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ได้ดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน พบว่ากันชนสีเทาและป้ายทะเบียนรถยนต์ กต 6098 พิษณุโลก ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน กต 6098 พิษณุโลก ปรากฏว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแจ๊ส สีดำ ทะเบียน กต 6098 พิษณุโลก แต่รถยนต์ที่หลบหนี เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ประมาณปี 2549 จึงเป็นการสวมทะเบียนรถยนต์
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ปรากฏว่ารถยนต์ที่ได้เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ ทั้ง 2 คัน ทำให้มีผู้ได้บาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ที่เกิดเหตุย้อนไปในทิศทาง ก่อนเกิดเหตุจนกระทั่งพบว่ารถคันก่อเหตุดังกล่าวขับออกจากร้านตะวันแดง ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ และพบว่าผู้ขับรถคันดังกล่าวออกมาคือ พันตำรวจโท "อ." อายุ 53 ปี พนักงานสอบสวนจึงได้ดำเนินการออกหมายเรียกมาเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยทราบเบื้องต้นว่าอยู่ในระหว่างพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะเดินทางมามอบตัวกับพนักงานสอบสวน วันที่ 7 กันยายน 2569