หนุ่มรับเหมาก่อสร้างฉุนขาด ควงมีดดาบฟันหน้าเพื่อนพ่อคาวงเหล้าหลังรู้ข่าวว่าพ่อล้มจนหัวแตก ก่อนหลบหนี ตำรวจเร่งติดตามตัว
เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 5 ก.ย.2569 ทางด้าน ร.ต.ท.(หญิง) ชนันภัสร์ กลมฉ่ำ รอง สว.(สอบสวน)สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกฟันด้วยอาวุธมีดที่ใบหน้า อาการสาหัสมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐากร เขียนสะอาด สวป.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.วีระพันธุ์ บุญหนัก สว.สส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน
ภายในห้องฉุกเฉินแพทย์กำลังช่วยเหลือ นายอนุรักษ์ อายุ 51 ปี มีบาดแผลถูกฟันบริเวณโหนกแก้มซ้ายยาวประมาณ 12 ซม.ลึกจนกระดูกแตก เนื้อแก้มห้อย ก่อนจะทำการปิดบาดแผลเบื้องต้น พร้อมย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลบางประกอก 3
และยังพบผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคู่กรณีอีกรายทราบชื่อ นายพนม อายุ 61 ปี มีบาดแผลแตกที่ศีรษะยาวประมาณ 3 ซม.นั่งรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายณัฐพงษ์ อายุ 31 ปี คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนเองออกมาซื้อข้าว ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน มีปากเสียงกัน และต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกัน ผมจึงเข้าบ้านไปทานข้าว ประมาณ 30 นาทีก็ได้ยินเสียงกรี๊ด เมื่อตนวิ่งออกมาเห็นรถกระบะขับออกไป และหันไปเจอคนบาดเจ็บนั่งอยู่และมีแผลฉกรรจ์ ซึ่งเขานั่งดื่มเหล้าสังสรรค์ ตอนนั้นเห็น 6-7 คน คิดไกล่เกลี่ยและแยกย้ายเข้าบ้านกันไป สักพักได้ยินเสียงดังมากคือเหมือนแตกตื่นแผล น่ากลัว คนเจ็บเป็นผู้ชายคนเดียว คนเจ็บอยู่แถวนี้ คนที่นั่งกินเหล้าก็อยู่แถวนี้รู้จักกัน ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ น่ากลัวมาก
จากการสอบถาม นายพนม อายุ 61 ปี พ่อผู้ก่อเหตุ เล่าว่าตนไม่ได้ถูกชกหรือทำร้ายร่างกายโดยตรง แต่หัวแตก เลือดไหล และหัวบวม เนื่องจากลื่นล้มเองขณะพยายามถอยหนี ตนไปนั่งดื่มสุรากับคนเจ็บและเมียเขาด้วย
จากนั้นแยกวงไปดื่มกับอีกกลุ่มหนึ่ง จนกระทั่งถูกคู่กรณีเดินเข้ามารุกรานและไล่โดยไม่ทราบสาเหตุ ผมล้มและมีเลือดออก เมื่อกลับถึงบ้าน ลูกชายเห็นบาดแผลจึงเข้าใจผิดว่าพ่อถูกทำร้ายจึงเกิดความโมโห ซึ่งตนได้ห้ามปรามลูก บอกว่าเขาไม่ได้ทำ พ่อล้มเอง แต่เขาจะทำตนนั่นแหละ ตนเลยถอย ตนไม่ให้ลูกไปยุ่งเกี่ยวหรือแก้แค้น
ด้าน น.ส.รุ่งเรือง อายุ 33 ปี ภรรยาคนเจ็บ เล่าว่า ตนกับแฟนและพ่อของผู้ก่อเหตุ ไปนั่งกินเหล้าด้วยกัน จู่ๆ พ่อผู้ก่อเหตุมีปากเสียง และขว้างขวดแก้วลงที่พื้น จากนั้นแฟนตนจึงเข้าไปห้ามและได้จะพาตัวออกไป แต่ได้มีการฉุดกระชากจนทำให้พ่อผู้ก่อเหตุหกล้ม หัวฟาดพื้น หลังจากนั้นได้แยกย้าย พ่อผู้ก่อเหตุจึงกลับบ้านไป
หลังจากนั้นไม่นาน ตนกับแฟนยังอยู่ที่ร้าน จนกระทั่งผู้ก่อเหตุ ได้ขับรถกระบะตู้ทึบมาที่ร้าน พร้อมพาอาวุธมีดดาบมาด้วย และได้ใช้อาวุธดังกล่าวฟันไปที่บริเวณใบหน้าของแฟนตน จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นมีชาวบ้านได้พาตัวแฟนตนมาส่งที่โรงพยาบาลส่วนผู้ก่อเหตุได้รีบขึ้นรถหลบหนีไป
โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ภายในร้านขายของชำและอาหารตามสั่งชื่อ เจ้ หมวย ตั้งอยู่บริเวณปากซอยตรอกถั่วงอก ริมถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
ภายในร้านยังพบกองเลือดอยู่บนโต๊ะอาหาร เก้าอี้นั่งและบนพื้นของตัวร้าน บริเวณหน้าร้านยังพบรองเท้าตกอยู่อีก 3 คู่ จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่ในร้านพบว่าช่วงค่ำที่ผ่านมา กล้องสามารถบันทึกภาพ นายอนุรักษ์ คนเจ็บ, นางสาวรุ่งเรือง ภรรยาของนายอนุรักษ์ ผู้บาดเจ็บ, นายพนม ผู้บาดเจ็บศีรษะแตก, นายปริญญา นั่งกินเบียร์กันอยู่ในร้านและมีโต๊ะลูกค้าที่รู้จักกันนั่งอยู่ด้วย โดยทั้ง 3 คน ยกเว้น นายปริญญา ได้เกิดมีปากเสียงกัน
หลังจากนั้น นายพนม ได้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะทุบโต๊ะไป 1 ครั้ง ในขณะที่นางสาวรุ่งเรือง จะเดินไปทางหน้าร้าน นายพนม ยังได้ขว้างแก้วใส่ นางสาวรุ่งเรือง จนแก้วแตกแต่ไม่โดน นางสาวรุ่งเรือง นายอนุรักษ์ จึงเดินเข้าไปห้ามปรามพร้อมดึงแขนพยายามจะเชิญ นายพนม ออกไปจากร้านเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องราวที่ใหญ่โต แต่นายพนม ด้วยความเมาจึงไม่ยอมกลับและมีการโต้เถียงกับ นางสาวรุ่งเรือง จนนายอนุรักษ์ ดึงแขนกับนายพนมไปมา จนนายพนม หงายท้องล้มลงจนศีรษะกระแทกพื้นจนแตก ทุกคนในร้านจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยกันเพราะคิดว่ามีเรื่องกัน ก่อนที่จะจับแยกกันไป
โดยทาง นายอนุรักษ์ กลับมานั่งดื่มต่อในร้าน ส่วนนายพนม เดินทางกลับบ้าน หลังจากนั้นประมาณ 40 นาที ผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลัง นายนพดล หรือแบงค์ อายุ 31 ปี ทราบว่ามีอาชีพรับเหมาก่อสร้างลูกชายนายพนม ได้นั่งรถยนต์กระบะแบบตู้ทึบ ยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว ขับมาจอดบริเวณหน้าร้าน ก่อนที่นายแบงค์ ที่นั่งมาด้านข้างคนขับจะเปิดประตูรถลงมาโดยในมือถือมีดดาบมาด้วย เมื่อเห็น นายอนุรักษ์ นั่งเอนตัวอยู่บนโต๊ะ จึงใช้มีดดาบฟันเข้าไปที่ใบหน้าจนเป็นแผลเหวอะหวะ ก่อนที่เพื่อนในวงเหล้าและภรรยาได้วิ่งมาห้ามเลือดและรีบโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยให้รีบมาช่วยเหลือ ส่วนนายแบงค์ ได้รีบวิ่งขึ้นรถยนต์กระบะตู้ทึบที่สตาร์ทรถรออยู่หลบหนีไป
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานและลงบันทึกประจำวันไว้เบื้องต้น ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน เร่งติดตามตัว นายแบงค์ มือมีดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนชนวนเหตุในครั้งนี้อยู่ระหว่างสอบสวน.