นักแสดงสาว “ฝน ศนันธฉัตร” แจ้งความตำรวจไซเบอร์ หลังถูกบุคคลปริศนาทักไลน์ติดต่อ อ้างบิ๊กตำรวจสนใจ ก่อนถูกนำภาพไปตัดต่อคู่กับ ผบ.ตร. ยันไม่รู้จักส่วนตัว หวั่นทำให้เกิดความเข้าใจผิด
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 ก.ย. 69 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ น.ส.ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล หรือฝน อายุ 32 ปี นักแสดงหญิงชื่อดัง พร้อมด้วย นายฐานวัฒน์ ลิ้มสังกาศ ทนายความ นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับพล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 กรณีถูกสาวปริศนาอ้างตัวทำงานให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ทักไลน์ส่วนตัวติดต่ออ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจ
น.ส.ศนันธฉัตร เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากมีบุคคลไม่ทราบชื่อใช้นามแฝงว่า “มิ้น” ซึ่งได้รับคอนแทคส่วนตัวมาจากบุคคลอื่น ได้ทักข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์เข้ามาหาตน โดยอ้างว่ามีผู้ใหญ่สนใจและตนทำงานอยู่กับ ผบ.ตร. ยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักและไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ ผบ.ตร. ทันทีที่ทราบเรื่องจึงได้ตอบกลับไปว่าไม่รู้จักและไม่สะดวกทำงานลักษณะดังกล่าว เนื่องจากภาระงานปัจจุบันมีจำนวนมาก ประกอบกับเกรงว่ากลุ่มมิจฉาชีพอาจนำข้อมูลไปแอบอ้างหลอกลวงผู้อื่น จึงตัดสินใจแคปภาพข้อความดังกล่าวมาโพสต์เตือนภัยลงในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้สังคมตระหนักว่าภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอยู่ใกล้ตัวและมาในหลากหลายรูปแบบ
นางสาวศนันธฉัตร กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวอาจทำให้ผู้ที่พบเห็นและไม่ทราบข้อเท็จจริงเข้าใจผิดว่าตนรับงานในลักษณะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ตนสะสมในวงการบันเทิงมานานกว่าสิบปี ยืนยันว่าตนไม่เคยติดต่อกลับหาบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด มีเพียงผู้สื่อข่าวที่ติดต่อผ่านทางผู้จัดการส่วนตัวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเท่านั้น ทั้งนี้ หลังจากเกิดเรื่องยังพบว่ามีการนำภาพของตนไปตัดต่อคู่กับ ผบ.ตร. จนทำให้เกิดความเสียหายต่อทั้งสองฝ่าย
ด้าน พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 กล่าวว่า ขอขอบคุณทางดาราสาวและทนายความที่เสียสละเวลาเดินทางมามอบพยานหลักฐานสำคัญให้แก่ตำรวจไซเบอร์ในวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะเร่งแกะรอยตรวจสอบหาตัวเจ้าของบัญชีไลน์ที่ใช้สนทนาดังกล่าว พร้อมเตือนภัยประชาชนว่าปัจจุบันแก๊งสแกมเมอร์มักใช้วิธีการแอบอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหรือข้าราชการระดับสูงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ คล้ายกับกรณีของแก๊งมิจฉาชีพที่เคยแอบอ้างเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อยืมเงิน
เบื้องต้นทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้มีคำสั่งการพิเศษ เนื่องจากเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นและยังต้องตรวจสอบเจตนาที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุว่ามีวัตถุประสงค์อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป