หวาดเสียวทั้งคอนโดฯ น.1 นำทีมรวบหนุ่มสิงคโปร์ อาชญากรระดับเฝ้าระวัง อาศัยหน้าเด็ก หนีคดีซุกไทยนาน 3 ปี พบสั่งยาพิษ-สารประกอบระเบิด จากเว็บดาร์กจำนวนมาก อ้างเอาไว้ปลิดชีพตัวเอง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ความสำคัญกับเบาะแสร้องเรียนยาเสพติดของประชาชนที่สร้างความเดือดร้อนอย่างจริงจัง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำฯ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.รับผิดชอบยาเสพติด พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ สืบสวนติดตามจับกุม นายโจเอล ออง เซิง ยง อายุ 40 ปี ชาวสิงคโปร์ ได้ที่คอนโดชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางแค กทม.พื้นที่รับผิดชอบ สน.หลักสอง 

พร้อมของกลางยาไอซ์ 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติดจำนวนมาก เงินสด 200,000 บาท และ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง (พบหลักฐานการสั่งสารพิษสังหารหมู่มูลค่า 18,000 บาท) สารเคมีประกอบวัตถุระเบิด สารอันตราย ดินประสิว1/2 กิโลกรัม โซเดียมเมตาไบซัลไฟต์ สารละลายแอมโมเนีย กรดไนตริก บอแรกซ์ (BORAX) อุปกรณ์จุดชนวน 2 ชิ้น

จากการประสานข้อมูลกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) นายโจเอล เป็นอาชญากรระดับเฝ้าระวังที่มีหมายจับติดตัวในประเทศสิงคโปร์ โดยมีประวัติการกระทำความผิดสะสมทั้งในคดียาเสพติดและคดีอาญาอุกฉกรรจ์อย่างเป็นจำนวนมาก ถือเป็นบุคคลอันตรายที่มีพฤติการณ์กระทำผิดซ้ำซากและเป็นภัยต่อความมั่นคง

เบื้องต้น แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมายและเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการตระเตรียมวัตถุระเบิดและการสั่งสารอันตราย อยู่ระหว่างการสอบสวนและตรวจพิสูจน์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อปลายเดือนมกราคม 2569 สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้รับแจ้งเบาะแสว่าชาวสิงคโปร์รายหนึ่ง คือ นายโจเอล หลบหนีคดีมากบดานอยู่ในประเทศไทย มีพฤติกรรมเสพยาไอซ์แล้วคลุ้มคลั่ง ลงมือกระทำด้วยความรุนแรง ทำร้ายร่างกายและหน่วงเหนี่ยวกักขังลักษณะคล้ายพวกวิปริตทางเพศ

หลังรับแจ้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น. แกะรอยนานกว่า 3 เดือนเพราะตัวตนของนายโจเอลค่อนข้างลึกลับ จนกระทั่งมีการประสานงานกับสำนักงานปราบปรามยาเสพติดกลางสิงคโปร์ (CNB) ทราบว่า นายโจเอล คือ อาชญากรระดับเฝ้าระวังพิเศษ หลังได้ก่อคดีอาญาและคดียาเสพติดยาวเป็นหางว่าวในประเทศสิงคโปร์ แฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยเกือบ 3 ปีในคราบ "นักศึกษา" เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีชื่อในบัญชีหมายจับอินเตอร์โพล แต่ชุดสืบสวนได้เบาะแสเล็กน้อยว่า คนร้ายชอบไปหาสาวเอนฯ ย่านกลางเมือง


จากนั้นชุดสืบสวนจึงต้องแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยว ตระเวนหาข่าวย่านกลางเมืองนานนับสัปดาห์ กระทั่งได้พบกับสาวเอนเตอร์เทนรายหนึ่ง พูดคุยจนทราบว่ารู้จัก นายโจเอล ที่มักจะใช้ความรุนแรงกับเธอ จนเส้นเลือดในตาแตก มีทั้งยังอาการคลุ้มคลั่ง ตัดพ้อ และชักชวนให้ปลิดชีพไปพร้อมกัน และยังเคยข่มขู่จะทำร้ายด้วยมีด ที่น่ากลัวที่สุดคือการวางแผนนำยาพิษไปใส่ในแท้งค์น้ำหวังใช้สังหารหมู่ จากนั้นมีการสืบสวนลึกลงไป จนพบหลักฐานว่า นายโจเอล สั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ แรงกว่ามอร์ฟีน 10,000 เท่า จำนวน 20 กรัม และยาที่ใช้ในการการุณยฆาตสัตว์หรือการประหารชีวิต อีก 10 กรัม จากดาร์กเว็บพร้อมกับการชำระเงินอย่างเรียบร้อย ตามทฤษฎีทางเคมี ปริมาณยาดังกล่าวสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้จำนวนมาก หากได้ลงมือจริง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบในทันที 

ต่อมาวันที่ 3 ก.ย. 2569 กำลัง ศอ.ปส.บช.น. ร่วมกับ บก.สส.สตม. บุกเข้าคอนโดหรูย่านบางแค วางกำลังเฝ้าก่อนบุกชาร์จห้องพักจับกุมนายโจเอล ตรวจค้นพบยาไอซ์ 3 กรัม และอุปกรณ์การเสพจำนวนมาก จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์ พบข้อมูลการติดต่อสั่งซื้อยาพิษใช้สังหารหมู่ และยังพบสารเคมีประกอบวัตถุระเบิด สารอันตรายอีกหลายรายการ พร้อมกับอุปกรณ์จุดชนวนอีก 2 ชิ้น หลังจับกุมพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เดินทางมาซักถามขยายผลด้วยตนเองก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวน นายโจเอล ให้การรับสารภาพว่า เดิมตนอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้ถูกจับกุมดำเนินคดียาเสพติดมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ติดคุก 1 ปี ครั้งที่ 2 ติดคุก 3 ปี และครั้งที่ 3 ติดคุก 5 ปี แล้วยังถูกเฆี่ยนอีก 3 ที กระทั่งในปี 2567 ได้กระทำความผิดอีกครั้ง แต่ได้หลบหนีออกนอกประเทศมายังประเทศไทย สัญญากับตัวเองว่าจะไม่กลับไปประเทศตนเองอีก ถ้ากลับไปขอตายดีกว่า หลังหนีมาที่ประเทศไทยได้ขายทรัพย์สินที่ประเทศสิงคโปร์จนได้เงินประมาณ 5 ล้านบาท แต่ได้ถูกเพื่อนจากประเทศเดียวกันหลอกลวงเงินไป 2.5 ล้านบาท ทำให้เกิดอาการเครียดเรื่อยมา และจะยิ่งคุ้มคลั่งเพราะแฟนสาวคนปัจจุบันชอบออกไปข้างนอกแล้วไม่กลับบ้าน ทำให้รู้สึกไม่อยากอยู่แล้ว ส่วนสารพิษที่สั่งมานั้น หวังจะปลิดชีพตัวเอง แต่ที่สั่งเยอะ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ผล พร้อมขอร้องว่า ขอตายในประเทศไทย ไม่อยากถูกส่งตัวกลับไปสิงคโปร์ 

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. /รองโฆษก ตร. กล่าวว่า จากพยานหลักฐานและแผนประทุษกรรมที่เราพบในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา มีการเตรียมการเกี่ยวกับสารพิษร้ายแรง หากเราก้าวพลาดหรือช้าไปอาจเป็นเหตุร้ายแรง แนวทางการสืบสวนเป็นเรื่องสติแตก จากอาการยาเสพติด ยังไม่ปรากฏหลักฐานเรื่องการก่อการร้าย ได้ประสานข้อมูลกับ CNB ประเทศสิงคโปร์ ที่ทำให้เราทราบว่าผู้ต้องหารายนี้คืออาชญากรยาเสพติดระดับเฝ้าระวังพิเศษ สำหรับสารประกอบวัตถุระเบิด ผู้เชี่ยวชาญแจ้งว่าสารเคมีที่ตรวจพบยังไม่มีเพียงพอทำเป็นระเบิดสังหาร โดยได้ส่งสารเคมีหลายชนิดนำส่งสำนักงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป สุดท้ายขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นอย่างดี