ความคืบหน้า เหตุนักเรียน ม.3 ยิงในโรงเรียน ตร.ถกเครียด 3 ชม. สกัดกั้นเลียนแบบ ด้าน ผอ. ปัดปิดข่าวปมเด็กพกปืน ด้านพ่อเผยลูกป่วยซึมเศร้า จากการถูกเพื่อนแกล้ง ฉุนครูนำโพสต์ไปแชร์ต่อ

วันที่ 3 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจาก พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุนักเรียนชายชั้น ม.3 วัย 15 ปี ก่อเหตุยิงในโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม จังหวัดกำแพงเพชร โดยได้ประชุมร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชรและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อวางมาตรการป้องกันและตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมระบุเหตุการณ์ครั้งนี้จบลงด้วยดีเนื่องจากภาคีเครือข่ายมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุมาอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เวลาประชุมหาทางออกร่วมกันเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมง ภายในห้องประชุมกำแพงลีลา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกำแพงเพชร

จากนั้น พล.ต.ท.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง เผยว่า วันนี้ได้เชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมหารือเพื่อวางมาตรการไม่ให้เหตุนี้เป็นชนวนในการลอกเลียนแบบในเรื่องต่อ ๆ ไป ทั้งนี้จุดประสงค์ที่สำคัญเราไม่ต้องการแก้ไข แต่เราไม่ต้องการให้เกิดวันนี้เลยมาวางมาตรการว่าเราจะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ต่อไปได้อย่างไร ซึ่งวันนี้ได้คุยกันในหลาย ๆ ประเด็นแต่ขอไม่ลงรายละเอียด แต่ทุกฝ่ายได้ตกผลึกร่วมกันและเตรียมนำไปหารือในระดับจังหวัดอีกครั้ง ในส่วนมาตรการของการดูแลความปลอดภัยในโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จริง ๆ เราเพิ่มความเข้มของมาตรการมาอยู่แล้วทั้งฝ่ายการศึกษาก็ดี ของตำรวจก็ดี มีการยกระดับขึ้นมาไม่ว่าจะเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือเหตุอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวเนื่องก็ดีเราวางมาตรการคุมเข้มไว้ส่วนหนึ่งแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์วันนี้เรามาดูว่ามีข้อบกพร่องตรงไหนก็จะไปเติมเต็มในส่วนนั้นและหามาตรการเสริมในการที่จะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก 


ทั้งนี้ หลังจากกลับมาทำการเรียนการสอนปกติ ในเรื่องของความปลอดภัยนั้น คงยังไม่ถึงกับต้องส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในโรงเรียน แต่เป็นหน้าที่อยู่ของตำรวจอยู่แล้ว ที่จะต้องแวะเวียนเข้าไปตรวจตราป้องกัน ระมัดระวังตรงนี้ก็ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ให้มีการปฏิสัมพันธ์ฝ่ายครูอาจารย์เพิ่มเติมด้วย 

ส่วนที่มีกระแสข่าวออกไปว่าเด็กนักเรียนผู้ก่อเหตุเคยนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียนแล้วครั้งหนึ่ง แต่ทางโรงเรียนได้มีการปิดข่าวไปนั้น นางสาวจุฑามาศ วงษ์เขียว ผู้อำนวยการโรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนขอยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จากเหตุการณ์เมื่อวานเป็นเหตุเกิดขึ้นครั้งแรก คือเด็กนักเรียนนำอาวุธปืนเข้ามาก่อเหตุในโรงเรียน สืบเนื่องจากได้รับข้อมูลของครูที่ปรึกษาและครูแนะแนวว่า มีเพื่อนของนักเรียนที่ก่อเหตุมีความกังวลใจ มีข้อมูลการพูดถึงอาวุธปืน และมีความเครียดหลาย ๆ เรื่อง ไม่ขออนุญาตลงในรายละเอียด จึงได้เชิญผู้ปกครองมาพูดคุยเพื่อหาแนวทางป้องกันถึงสองครั้ง จากที่มีแชตในโซเชียลระหว่างครูและนักเรียน เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิด ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองและมีการป้องกันเหตุต่าง ๆ มาโดยตลอด หลังพบว่าผู้ก่อเหตุมีปัญหาก็ให้ครูแนะแนวประสานกับผู้ปกครองและเด็กตลอด พร้อมปรับแผนการเรียนการสอนในทุกวิชา แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จะกำชับและประสานความร่วมมือระหว่างครูกับผู้ปกครองให้มากขึ้น

และจากการสอบถามข้อมูลจากพ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุ ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุ หลังจากตนเองออกเวรและเดินทางกลับมาพักผ่อนที่บ้าน ขณะนั้นเป็นช่วงที่ลูกชายเดินทางเข้ามาที่บ้านและนำอาวุธปืนออกไป แต่ตนเองกำลังนอนหลับ จึงไม่ทราบว่าลูกชายเข้ามานำปืนไป กระทั่งภายหลังทราบข่าวว่าเกิดเหตุที่โรงเรียน จึงรีบเดินทางไปที่โรงพัก และตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีโอกาสพูดคุยกับลูกชายจนถึงประมาณเที่ยงคืน


พ่อของเยาวชนผู้ก่อเหตุยังเปิดเผยว่า ลูกชายมีอาการป่วยซึมเศร้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพิ่งพาไปพบแพทย์เมื่อไม่นานมานี้ โดยจากการพูดคุยกับลูกชาย พบว่าปัญหาที่ทำให้เกิดความเครียดส่วนหนึ่งมาจากการถูกเพื่อนแกล้ง  นอกจากนี้ ลูกชายเคยโพสต์ข้อความเกี่ยวกับความรุนแรงลงในโซเชียล ก่อนที่ครูจะบันทึกภาพข้อความดังกล่าวและนำไปโพสต์ต่อ ทำให้ลูกชายเกิดความโกรธและรู้สึกไม่พอใจ ก่อนจะนำไปสู่เหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนเมื่อวานนี้

พ่อยังยอมรับว่า ก่อนหน้านี้มีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น จึงพยายามเก็บและซ่อนอาวุธปืน เนื่องจากปกติจะพกติดตัวและเก็บไว้ภายในบ้าน แต่ในวันเกิดเหตุได้นำปืนไปซ่อนไว้ภายในรถ ก่อนที่ลูกชายจะไปพบและนำออกมาก่อเหตุ.