ตชด.ภ.2 รวบหนุ่มว่างงาน ขับกระบะขนยาบ้า 5 ล้านเม็ด ถูกรวบคาบ้านเช่า รับสารภาพถูกว่าจ้างในราคา 1 แสนบาท แต่ถูกจับก่อนเลยได้แค่ค่าน้ำมัน 3,000 บาท
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่ห้องประชุม บก.ตชด.ภาค 2 พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หน.ชปช.บก.ตชด.ภาค 2 และนายธีรเกียรติ เกศปรีชาสวัสดิ์ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 4 ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมนายอนุชา หรือโอ อายุ 26 ปี ชาว จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน สกลนคร
พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภาค 2 กล่าวถึงการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ ตชด.ภ.2 ได้จับกุมผู้ต้องหาในคดียาเสพติด ที่พื้นที่ จ.มุกดาหาร และจับที่ อ.นาแก จ.นครพนม รวม 2 ราย ยาบ้าที่ยึดรวม 2 เคส จำนวน 7,900,000 เม็ด จึงขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า ยังมีพรรคพวกหลงเหลือและยังคงมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ตอนในของภาคอีสานเพื่อส่งต่อไปยังภาคอื่นๆ
จึงได้สั่งการให้ ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หน.ชปช.บก.ตชด.ภาค 2 และชุด ชปช.ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวตามแนวชายแดนและจังหวัดใกล้เคียง จนทราบเบาะแสว่ามีขบวนการค้ายาเสพติด ลักลอบขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขง แล้วนำยาบ้ามาพักไว้ในบ้านเช่าในพื้นที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร แล้วจะมีเครือข่ายขนย้ายยาบ้าด้วยรถยนต์ ไปยังบ้านเช่าในพื้นที่ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปช.ตชด.ภ.2 จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและวางแผนจับกุม
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ชปช.ตชด.ภาค 2 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจค้นที่บ้านเช่าหลังดังกล่าว ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านเช่าก็พบนายอนุชา หรือโอ อายุ 26 ปี พักอยู่ในบ้านเพียงลำพัง ตรวจค้นในบ้านไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้ตรวจค้นภายในรถยนต์กระบะ สี่ประตู ยี่ห้อ อีซูซุ ก็พบถุงขยะสีดำบรรจุสิ่งของอยู่ภายในรถ จำนวน 12 กระสอบ เมื่อเปิดตรวจสอบพบเป็นยาบ้ารวม 5 ล้านเม็ด จึงตรวจยึดไว้และควบคุมตัวไปสอบสวน
จากการสอบสวน นายโอ ให้การว่า ตนเองว่างงาน ไม่มีงานทำ จึงหารับจ้างไปทั่ว จึงไปเช่าบ้านอยู่ที่หมู่บ้านตอนนา ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยคิดว่าจะค้าขายหอมและกระเทียม และในช่วงกลางเดือนสิงหาคม มีเพื่อนแนะนำให้ติดต่อจากเอเย่นยาเสพติดชาว สปป.ลาว จึงมีการติดต่อพูดคุยกันเรื่อยมา กระทั่งเอเย่นยาเสพติดให้นำรถยนต์มาขนยาบ้า จากพื้นที่ จ.สกลนคร ไปพักไว้ที่บ้านเช่า จากนั้นจะมีเครือข่ายมาขับรถที่บรรทุกยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยจะให้ค่าจ้าง 100,000 บาท จึงตัดสินใจรับงาน
จากนั้นวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ได้ไปเช่าโรงแรมในเขตพื้นที่ อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร และวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ได้เดินทางไปซื้อรถยนต์คันดังกล่าวในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.สกลนคร ราคา 150,000 บาท จากนั้นเวลา 01.00 น. ของวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ได้ขับรถยนต์ไปจอดไว้ภายในปั๊มน้ำมัน เขต ต.ท่าแร่ อ.เมืองสกลนคร แล้วจะมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการมารับรถยนต์คันดังกล่าวไปบรรทุกยาบ้ามาให้
จากนั้นเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันเดียวกัน ก็ได้ไปรับที่รถคันเดิม ที่บรรทุกยาบ้าไว้ในรถ ที่จอดอยู่ในปั๊มน้ำมัน จุดเดิม แล้วได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาถึงบ้านเช่า เพื่อรอให้กลุ่มผู้ร่วมขบวนการมารับรถคันดังกล่าวต่อไปในเขตพื้นที่ภาคกลาง แต่ยังไม่มีคนมารับก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นจับกุมดำเนินคดี ส่วนจำนวนดังกล่าวมีมูลค่ากว่า 170 ล้านบาท แต่ถ้าส่งถึงภาคกลางก็จะมีราคาสูงขึ้นอีกหลายเท่า แต่การรับจ้างขนครั้งนี้ยังไม่ได้ค่าจ้าง เพราะตกลงกันไว้ว่า เอเยนต์จะจ่ายเงินให้หลังมีคนมารับรถคันดังกล่าวไปส่งต่อในภาคกลาง จึงได้รับเพียงค่าน้ำมัน 3,000 บาทเท่านั้น.