“รองมาร์ค” รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง สนธิกำลังสืบ 1 เปิดยุทธการ “ห้วยขวางสีขาว คืนความมั่นใจ” ย้ำชัดไม่ได้มาสั่งปิด หรือทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจของพื้นที่ แต่มาจัดระเบียบส่งเสริมธุรกิจถูกกฎหมาย ตัดวงจรนอมินี-ทุนเทา เด็ดขาด
เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม 2569 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 รักษาราชการแทน ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย จัดระเบียบสังคมและความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบว่า สืบเนื่องจากกรณีที่นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำกำลังฝ่ายปกครองลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและจับกุมสถานบริการ 577 Club ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญที่สน.ห้วยขวาง ต้องนำมาทบทวน ยกระดับ และปรับปรุงการปฏิบัติงานเชิงรุกอย่างเร่งด่วน สั่งการเปิดปฏิบัติการ “ห้วยขวางสีขาว คืนความมั่นใจ 100%” (Phase 1) ปูพรมตรวจค้นสถานบริการและร้านคาราโอเกะกลุ่มเสี่ยง 4 โซนทั่วพื้นที่
การปฏิบัติการ สน.ห้วยขวาง บูรณาการกำลังร่วมกับ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) เพื่อปูพรมตรวจสอบใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ การตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด การตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย การคัดกรองแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย/Overstay และการลงพื้นที่ตรวจซ้ำเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับสถานบริการที่เคยมีคำสั่งปิดถาวร เช่น ร้านเมืองไตย และร้านบ้านข้าวฟืน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบกลับมาเปิดให้บริการซ้ำ ทั้งนี้ กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายเปิดกล้องบันทึกภาพและเสียง (Body Cam) ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
พ.ต.อ.กัมพล กล่าวอีกว่า ตนเข้ามารับตำแหน่งรักษาการ ผกก.สน.ห้วยขวาง ครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อ “สั่งปิด” หรือทำลายบรรยากาศทางเศรษฐกิจของพื้นที่ แต่เข้ามาเพื่อ “จัดระเบียบและยกระดับ” ให้ห้วยขวางกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยและโปร่งใส โดยแยกแยะชัดเจนระหว่างผู้ประกอบการที่ตั้งใจดำเนินธุรกิจอย่างสุจริตกับกลุ่มขบวนการนอมินีที่แฝงตัวเข้ามากระทำผิดกฎหมาย
“เราต้องยอมรับความจริงว่า ห้วยขวางเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา สิ่งที่เรา จะจัดการขั้นเด็ดขาดคือ ขบวนการนอมินีอำพราง ยาเสพติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่เข้ามาเอาเปรียบระบบและทำลายภาพลักษณ์ของพื้นที่ ส่วนร้านค้าหรือสถานบริการใดที่ตั้งใจทำธุรกิจจริง เรายินดีเป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำและทำงานร่วมกับสำนักงานเขตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ทุกท่านปรับปรุงและขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง 100% เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและมีเกียรติ” พ.ต.อ.กัมพล กล่าว
พร้อมกันนี้ ได้ชี้แจงถึงแผนการปฏิบัติการในระยะต่อไปว่า การลงพื้นที่ในคืนนี้ร่วมกับกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) เป็นการเปิดปฏิบัติการชิงรุกระลอกแรกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ ก่อนที่ในห้วงสัปดาห์นี้ สน.ห้วยขวาง จะผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งกรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สำนักงานเขตห้วยขวาง กรมสรรพสามิต สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อขยายผลตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงิน และตัดวงจรขบวนการนอมินีทุนเทาให้สิ้นซาก ยืนยันว่า สน.ห้วยขวาง พร้อมเปิดบ้านทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างโปร่งใส และไม่มีการปล่อยปละละเลยอย่างเด็ดขาด
“เป้าหมายสูงสุดของผมคือการเปลี่ยนคำว่า "ห้วยขวางแดนทุนเทา" ให้กลายเป็น "ห้วยขวางเมืองสีขาว เศรษฐกิจโปร่งใส" ประชาชนในพื้นที่อุ่นใจ นักท่องเที่ยวปลอดภัย และผู้ประกอบการที่ทำถูกต้องตามกฎหมายสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” พ.ต.อ.กัมพล กล่าวทิ้งท้าย
ต่อมาเวลา 23.30 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 รรท. ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.ไชยา เวฬุวนารักษ์ สวป.สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงห้วยขวาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปรามและฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง และ กก.สส.บก.น.1 เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรม อบายมุข ยาเสพติด การค้าประเวณี อาวุธ และการก่อเหตุทะเลาะวิวาททั้งในและนอกสถานบริการ ลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานบริการเป้าหมาย 9 แห่ง
ร้านบังหน้า พบเจ้าของร้าน ไม่เปิดให้บริการ
ร้านpanda ปิดให้บริการ
ร้าน Fake Club ตรวจบัตรประชาชน พาสปอร์ต และ ปัสสาวะ ถูกต้อง รวม 27 ราย ชาย 26 ราย หญิง 1 ราย ไม่พบการกระทำความผิด
ร้านอินวัน คาราโอเกะ ตรวจบัตรประชาชน พาสปอร์ต และ ปัสสาวะ ถูกต้อง รวม 8 ราย ชาย 4 ราย หญิง 4 ราย ไม่พบการกระทำความผิด ร้านแอสการ์ด ตรวจบัตรประชาชน พาสปอร์ต และ ปัสสาวะ ถูกต้อง รวม 25 ราย ชาย 20 ราย หญิง 5 ราย ไม่พบการกระทำความผิด
ร้าน577 ปิดให้บริการ
ร้านที่ถูกคำสั่งปิด
ร้านเมืองไทย คาราโอเกะ
ผลการปฏิบัติ ปิดให้บริการ
ไม่มีชื่อร้าน
ผลการปฏิบัติ ปิดให้บริการ
ร้านข้าวฝืน ผลการปฏิบัติ ปิดให้บริการ
ทั้งนี้ได้กำชับให้ผู้ประกอบการ ห้ามมิให้มีการนำอาวุธ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในสถานประกอบการโดยเด็ดขาด ประชาสัมพันธ์ให้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดวันเวลาเปิดปิดของสถานบริการ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 และให้ปิดสถานบริการตรงตามเวลาที่กฎหมายกำหนด