เชียงราย เหตุสลด เก๋งอาจารย์แพทย์ ซิ่งชน จยย. ส่งผลให้ 2 นศ.สาวนิติศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย บริเวณสี่แยกไฟแดง ด้าน ผกก.สภ.บ้านดู่ ยืนยันไม่พบปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย ส่วนคดียังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ



เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอุบัติเหตุสลดบริเวณแยกไฟแดงนางแล อำเภอเมืองเชียงราย หลังรถยนต์เก๋งพุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ซึ่งมีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเดินทางมาด้วยกัน 3 คน ส่งผลให้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย ขณะที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย


เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.24 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ศูนย์วิทยุ สภ.บ้านดู่ จังหวัดเชียงราย รับแจ้งเหตุรถยนต์เก๋งชนรถจักรยานยนต์ บริเวณแยกไฟแดงนางแล ขาขึ้นเหนือ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ


จากการตรวจสอบพบรถยนต์เก๋ง MG5 สีแดง ทะเบียน ขค 8024 เชียงราย มีนายกมล ราชคม อายุ 32 ปี (อาจารย์ นพ.กมล ราชคม หัวหน้าสาขาวิชา รังสีวิทยาวินิจฉัย สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง) เป็นผู้ขับขี่ ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า Scoopy I สีดำ ทะเบียน 1กจ 3764 น่าน ซึ่งมีนักศึกษามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเดินทางมาด้วยกัน 3 คน


ผู้ประสบเหตุประกอบด้วย นางสาวนิชาภา พรมตอง อายุ 19 ปี ชาวจังหวัดน่าน นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา


นอกจากนี้ นางสาวอัลฟาริน กาซอ อายุประมาณ 18 ปี ชาวจังหวัดปัตตานี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ได้เสียชีวิตลง ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย



ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย คือ นางสาวพัชรีพร นครจันทร์ อายุ 18 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี ซึ่งโดยสารมากับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บและเข้ารับการรักษา โดยยังต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด


ร.ต.ท.ภานุวัฒน์ อาจสูงเนิน รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ จัดทำบันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ แผนที่ และภาพถ่ายไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งสอบสวนผู้เกี่ยวข้องเพื่อประกอบสำนวนคดี


พ.ต.อ.อนุสรณ์ หน่อคำบุตร ผกก.สภ.บ้านดู่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุรถยนต์ชนผู้ประสบเหตุจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ประสบเหตุทั้งหมด 3 ราย ไม่ใช่คนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยเป็นชาวจังหวัดน่าน ปัตตานี และชลบุรี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย (ชาว จ.น่าน และ จ.ปัตตานี) และบาดเจ็บอีก 1 ราย (ชาว จ.ชลบุรี) 


ทั้งนี้ จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ยืนยันว่าผู้ขับขี่ไม่พบแอลกอฮอล์ ส่วนตัวมี พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พบว่าเป็นช่วงที่แสงไฟสลัวสีส้ม และลักษณะการขับขี่ของรถคันดังกล่าวไม่มีร่องรอยการชะลอความเร็ว จึงคาดว่าผู้ขับขี่อาจมองไม่เห็นคู่กรณีในขณะเกิดเหตุ

สำหรับขั้นตอนทางกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหา หมอผู้รักษา รวมถึงสอบปากคำญาติของผู้เสียชีวิตไว้ในฐานะพยานประกอบสำนวนเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญอีก 2 ส่วน จึงยังไม่สามารถสรุปสำนวนฟ้องได้ โดยต้องรอรายงานการเข้าตรวจพิสูจน์ร่องรอยการชนจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ซึ่งนัดเข้าตรวจในวันที่ 1 และคาดว่าจะทราบผลภายใน 4-5 วัน รวมถึงรอรายงานผลการชันสูตรบาดแผลและศพจากแพทย์อีก 2 ราย เพื่อนำมารวมในสำนวนคดีตามขั้นตอน


นอกจากนี้ ผกก.สภ.บ้านดู่ ยังได้ฝากเตือนและแสดงความห่วงใยหลังพบว่าเริ่มมีบุคคลอ้างตัวเป็นทนายความพยายามเข้ามาขอข้อมูลคดีและเบอร์โทรศัพท์ของญาติผู้ประสบเหตุจากร้อยเวร ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ข้อมูลไปเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่เข้ามาเกาะกระแสเพื่อแสวงหาประโยชน์ ทั้งนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามและประสานงานเพื่อให้ผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิและได้รับความยุติธรรมตามกฎหมายอย่างที่สุด


ขณะที่เฟสบุ๊กชื่อ “ลูกช้าง มช.” ได้เผยแพร่โพสต์ขอความเป็นธรรม ระบุว่า


“ช่วยกันแชร์ข่าวนี้หน่อยค่ะทุกคน เพื่อนเราโดนรถชนโดยคนขับเป็นอาจารย์แพทย์ค่ะตอนนี้เพื่อนเสียไปแล้ว 2 คน อีกคนปลอดภัยแล้วแต่ว่าไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมได้ค่ะตอนนี้ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยแพทย์คนนี้ได้พูดกับตำรวจว่า“อนาคตผมยังอีกไกล”แล้วยังพูดกับแม่ผู้เสียว่า“จะให้ผมรับผิดชอบอะไรยังไง มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิด” แต่คุณขับฝ่าไฟแดงมาในขณะที่คนอื่นเค้าชะลอ และได้ให้เบอร์ติดต่อกับทางครอบครัวผู้เสียชีวิตไว้แต่ไม่มีการตอบกลับหรือรับผิดชอบอะไรเลยค่ะ ตอนนี้หลายๆสำนักข่าวเหมือนจะปิดข่าวรวมไปถึงทางคณะด้วยค่ะ”


หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างมาก ซึ่งในรายละเอียดดังกล่าวรวมถึงบทลงโทษต้องรอความชัดเจนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่จนถึงตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น หากมีความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะติดตามมานำเสนอต่อไป