กองปราบฯ ผนึกกำลังตำรวจสระแก้วปิดคดีโจรพกกระเบิดชิงทองกลางห้างอรัญประเทศ หลังก่อเหตุเอาทองไปซ่อนริมทางรถไฟ แล้วตีเนียนกลับไปนอนที่ห้องพักตามเดิม สอบสวน ให้การรับสารภาพ

     

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ส.ค.69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป.


ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบk.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.วีพงษ์ กงแก้ว ผกก.สภ.อรัญประเทศ


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ ,ว่าที่ พ.ต.ต.เตมีย์ นาคะวิสุทธิ์ สว.กก.2 บก.ป., พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. และ ภ.จว.สระแก้ว


ร่วมกันจับกุม

1. นายอานนท์ อุดธิรัมย์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 233/2569 ลง 30 สิงหาคม 2569, “ข้อหาชิงทรัพย์ โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือให้พ้นจากการถูกจับกุม” พร้อมขอหมายค้นจังหวัดสระแก้ว ที่ 131/2569 ลง 30 สิงหาคม 2569 เข้าตรวจค้นบ้านพัก ภายใน หมู่ 9 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

   

การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 27 ส.ค.69 ได้มีคนร้ายแต่งกายปิดบังใบหน้า เข้าไปในห้างฯ อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ถือปืนพกสั้น พร้อมปาระเบิดควันชนิดทำเองเข้าไปบริเวณหน้าร้านทองเยาวราชฯ จากนั้นได้เข้าไป กวาดสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำหลายเส้น รวมน้ำหนัก 72 บาท มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท หลังก่อเหตุคนร้ายรีบไปขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดเตรียมไว้หลบหนีไปได้

  

หลังเกิดเหตุ ตำรวจ กก.2 บก.ป., กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ สภ.อรัญประเทศ ร่วมกันลงพื้นที่สืบสวนสอบสวน ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนทราบตัวผู้ก่อเหตุว่าคือ นายอานนท์ ผู้ต้องหารายนี้ 

   


ต่อมาเมื่อช่วงเช้า ตำรวจสภ.อรัญประเทศ ขออนุมัติศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับ นายอานนท์ พร้อมหมายค้น เข้าตรวจสอบบ้านดังกล่าว 

    


สอบสวนเบื้องต้น นายอานนท์ ให้การรับสารภาพ เป็นผู้ก่อเหตุจริง ก่อนเกิดเหตุมีการเตรียมการล่วงหน้า ทั้งการจัดหารถจักรยานยนต์มาใช้ในการก่อเหตุ นำรถไปพ่นสีใหม่เพื่อเปลี่ยนลักษณะภายนอก รวมถึงจัดซื้อเสื้อผ้า และวิกผมเพื่อใช้ปกปิดอำพรางตัว 

  

ผู้ต้องหาให้การต่อว่า หลังจากก่อเหตุ ได้นำรถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า ตลอดจน ทองรูปพรรณที่ชิงได้ ไปซุกซ่อนทิ้งไว้บริเวณป่าริมทางรถไฟ ก่อนกลับไปหลบซ่อนตัวภายในบ้านพัก

    

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสอบและชี้จุดตามคำให้การ พบทองรูปพรรณสร้อยคอและข้อมือทองคำ รวมประมาณ 50 เส้น ซุกซ่อนอยู่บริเวณดังกล่าวจริง จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง นำตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางและส่งพนักงานสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป