สภ.หนองคาย ชี้แจงปมเดือด “ตร.ขอแบ่งทอง” ยันนำทองแท่งไปพิสูจน์คดีร้านทอง หลังรวบพลทหารยกเค้าบ้านพักทหารอากาศ อ้างของกลาง ถูก ตร.หนองคาย จับขับเสพ ขอแบ่งทองแท่งแลกข้อหาลักทรัพย์


วันที่ 30 สิงหาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธณัฐพงศ์ กิรัมย์ ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.ดิษยเดช ยิ้มแย้ม รอง ผกก.สส.สน.สายไหม โดย พ.ต.ท.ไพจิตร นุสีวอ พ.ต.ท.สรกฤช นาคสุทธิ์ สว.สส.สน.สายไหม ร.ต.อ.กิตติเดช อัญญะโพธิ์ ร.ต.ต.สมเกียรติ เรืองคำไฮ ร.ต.ต.วิรัตน์ พูลอินทร์ รอง สว.สส.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.สวส.พัน.สห.ทอ. ร่วมกันจับกุมตัว นายปิยพงศ์ อายุ 22 ปี ชาว จังหวัดจันทบุรี และ น.ส.สุกัญญา อายุ 22 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี

พร้อมของกลาง พระเครื่องพร้อมกล่องพลาสติก 68 กล่อง , เหรียญตราที่ระลึก จำนวน 11 เหรียญ , พระเครื่องพร้อมสร้อยเชือก 7 ชิ้น , พระเครื่อง-พระบูชา หลวงพ่อสด จำนวน 1 องค์ , พระเครื่อง-พระบูชา หลวงพ่อโสธร จำนวน 1 องค์ , นาฬิกา SMART WATCH จำนวน 1 เรือน , สร้อยทองคำไม่ทราบน้ำหนัก จำนวน 1 เส้น , บัตรทอง AURORA ที่บรรจุทองของผู้เสียหาย , สร้อยเงิน จำนวน 2 เส้น, ใบฝากเงิน ธนาคารกสิกรไทย 1 ใบ , เงินสด จำนวน 89,570 บาท , สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย 1 เล่ม , ใบเสร็จซื้อ-ขายทองคำ 1 ฉบับ , สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น , ตั๋วโดยสารรถบัส หนองคาย-โคราช 2 ฉบับ , ถุงผ้าร้านทองเฮียกวง 2 ใบ , ถุงผ้าร้านทองแม่ทองสุก 1 ใบ , ถุงผ้าร้านทอง 3 ใบ , กำไลฝังเพชร สีดำ ยี่ห้อ PANANRAI 2 ชิ้น , จี้พระเครื่องฝังเพชร จำนวน 4 ชิ้น , แหวนเพชร จำนวน 1 วง , กำไลเงินฝังเพชร จำนวน 6 ชิ้น , จี้เงิน จำนวน 8 ชิ้น , ใบรับประกันสินค้า/ซื้อขาย ร้านห้างทอง เฮียกวง 2 ใบ , เข็มกลัดสีทอง จำนวน 1 เส้น , กำไลข้อมือสีทอง จำนวน 1 เส้น , กระเป๋าผ้า สีดำ ยี่ห้อ YAMANO 10 จำนวน 1 ใบ , โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG S23 สีดำ จำนวน 1 เครื่อง , เหรียญที่ระลึกจำนวน 11 เหรียญ , พระเครื่อง จำนวน 10 องค์ , สร้อยทองคำ 1 บาท จำนวน 1 เส้น , แหวนทองฝังเพชร จำนวน 1 วง และ จี้เพชร 1 อัน รวม 33 รายการ โดยจับกุมได้บริเวณสวนสุขภาพหอประชุมกานตรัตน์

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ว่ามีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินหลายรายการภายในบ้านพักข้าราชการทหารอากาศ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.สวส.พัน.สห.ทอ. ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามคนร้าย

โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ พบคนร้ายได้หลบหนีเข้าไปยังบ้านพักนายทหารอีกหลังที่อยู่ติดกัน จากการสืบสวนขยายผลทราบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้คือนายปิยพงศ์ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นพลทหารกองประจำการ สังกัดกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่อยู่บ้านพักนายทหารหลังดังกล่าว แต่ได้หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ ร้อย.สวส.พัน.สห.ทอ. จึงได้เข้าทำการตรวจสอบห้องพักของนายปิยพงศ์ พบทรัพย์สินของกลาง พระเครื่องพร้อมกล่องพลาสติก 68 กล่อง , เหรียญตราที่ระลึก จำนวน 11 เหรียญ , พระเครื่องพร้อมสร้อยเชือก 7 ชิ้น , พระเครื่อง-พระบูชา หลวงพ่อสด จำนวน 1 องค์ , พระเครื่อง-พระบูชา หลวงพ่อโสธร จำนวน 1 องค์ อยู่ภายในห้องพัก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. (28 ส.ค.) นายปิยพงศ์ ได้เดินทางกลับมาในพื้นที่พร้อมกับ น.ส.สุกัญญา อายุ 22 ปี (แฟนสาว) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้นตัวนายปิยพงศ์ พบทรัพย์สินที่เหลือรวม 27 รายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถาม นายปิยพงศ์ ให้การรับว่า ตนเป็นผู้เข้าไปลักทรัพย์สินภายในบ้านพักของผู้เสียหายจริง แต่ของกลางบางส่วนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองหนองคาย ที่อยู่ประจำด่านตรวจหนองสองห้อง จ.หนองคาย เอาไปหลังถูกจับในข้อหา ขับเสพ ขณะกำลังขับรถกระบะจาก จ.หนองคาย ไปที่ จ.อุดรธานี วันที่ 24 ส.ค. หลังก่อเหตุ ซึ่งอ้างว่าตนเองขับฝ่าไฟแดงมา ก่อนจะขอค้นรถและเจอของกลางในรถ โดยตนยอมรับว่าทองที่เจอได้มาจากการลักทรัพย์ จากนั้นเขาก็พาตนเองเข้าไปในห้อง ส่วนแฟนอยู่ข้างนอก

จากนั้นเขานำทองออกมานับต่อหน้าตนเอง โดย ตร.ที่จับอ้างว่าถ้าอยากถูกดำเนินคดีน้อยลงให้แบ่งทองให้เขาด้วย โดยเขาเอาทองคำแท่งไป 6 บาท 2 สลึง เพื่อเป็นการแลกไม่ให้ถูกดำเนินคดีลักทรัพย์ แล้วคืนตนเองมา 3 บาท 2 สลึง แต่ไม่ใช่แค่ทองเขายังเอาโน้ตบุ๊กอีก 15 เครื่อง โทรศัพท์มือถืออีกกว่า 140 เครื่อง ไปด้วยซึ่งตนบอกไม่ใช่ของกลางที่ตนไปลักเขามา แต่เป็นของนายทหารที่ตนทำงานด้วย เขาไม่ฟังและไม่ได้มีการทำบันทึกตรวจยึดใด ๆ ไว้ จากนั้นเขาทำบันทึกจับขับเสพ แล้วนำตัวส่งร้อยเวร สภ.เมืองหนองคาย ซึ่งศาลปรับเป็นเงิน 3,500 บาท ก่อนจะเดินทางกลับมาแล้วถูกจับในที่สุด ส่วนทองคำแท่งที่เหลือ 3 บาท 2 สลึง ได้ให้ น.ส.สุกัญญา แฟนสาวนำขายแลกเป็นเงินมาแล้ว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ ร้อย.สวส.พัน.สห.ทอ. จึงได้ประสานฝ่ายสืบสวนรับตัวนายปิยพงศ์ และ น.ส.สุกัญญา แฟนสาว พร้อมของกลาง มาสอบสวนขยายผลก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน หรือรับของโจร ต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านตรวจหนองสองห้อง มีด้วยกันทั้งหมด 5 นาย ระดับ สว. 1 นาย รอง สว. 2 นาย ดต. 1 นาย และ ส.ต.ต. 2 นาย


ขณะที่แฟนเพจ สภ.เมืองหนองคาย ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความว่า “ตำรวจขอแบ่งทองผู้ต้องหา” โดยระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อความดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนนั้น สภ.เมืองหนองคาย ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

  • สภ.เมืองหนองคาย ไม่มีการร้องขอทองคำ หรือขอแบ่งของกลางจากผู้ต้องหาแต่อย่างใด

  • ข้อเท็จจริงคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดวัสดุลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 6 แท่ง ซึ่งเป็นวัตถุที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดและเก็บรักษาของกลางดังกล่าวไว้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

  • ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำวัสดุลักษณะคล้ายทองคำดังกล่าวไปยังร้านทอง เพื่อขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบว่าเป็นทองคำแท้หรือไม่ และขอให้รับรองผลการตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลและหลักฐานประกอบสำนวนคดี

  • ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการนำวัตถุของกลางมาตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันว่าเป็นทองคำจริงหรือไม่ มิใช่การร้องขอทองคำจากผู้ต้องหา หรือการขอแบ่งของกลางแต่อย่างใด

  • โดยมี หนังสือราชการลงวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เรื่อง “ขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบวัสดุคล้ายทองคำ” เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการชี้แจง ซึ่งระบุวัตถุประสงค์ไว้อย่างชัดเจนว่า ขอให้ร้านทองตรวจสอบและรับรองผลว่าวัสดุดังกล่าวเป็นทองคำแท้หรือไม่

  • สภ.เมืองหนองคาย ยืนยันว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นไปเพื่อรักษาและตรวจสอบของกลาง ตลอดจนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

สภ.เมืองหนองคาย ขอให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงตามเอกสารหลักฐาน และโปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน.