เปิดปฏิบัติการลุยค้นผับจีน ย่านห้วยขวาง เปิดยันเช้า ซ้ำไม่มีใบอนุญาต พบเคยถูกจับมาแล้ว ยังเปิดอีก ตรวจสอบเจอนักเที่ยวฉี่ม่วง 3 ราย ยาเสพติดจำนวนหนึ่ง เชื่อเจ้าของทุนจีน
เมื่อเวลา 01.40 น. วันที่ 29 ส.ค. 69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี (มท.2) พร้อมด้วยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (มท.4) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง สนธิกำลัง ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง DOPA S.W.A.T. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง โดย พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.เอกราช มาละวรรณโณ รอง ผกก.ป.สน.ห้วยขวาง เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” เข้าตรวจค้น สถานบริการ “577 CLUB” หรือ ผับจีน ห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังสืบทราบว่าเปิดให้บริการจนถึงเช้ามืด และตรวจฐานข้อมูลไม่พบใบอนุญาตสถานบริการ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าผับดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยมีนักท่องเที่ยวกำลังดื่มสุราและสูบบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายในร้านเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ปิดเพลงและเปิดไฟเพื่อทำการคัดแยกและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด จากการตรวจสอบพบนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 132 คน แบ่งเป็นชาวไทย 65 คน และสัญชาติจีน 67 คน โดยในจำนวนนี้พบผู้มีสารเสพติดในร่างกาย 3 ราย ได้แก่ ชายไทย 1 ราย, หญิงชาวฮ่องกง 1 ราย และชายชาวฮ่องกง 1 ราย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนพนักงานในร้านรวม 67 คน (ชาวไทย 62 คน และชาวเวียดนาม 5 คน) นอกจากนี้จากการตรวจค้นพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ยังพบเคตามีนบรรจุถุงพลาสติกใสพร้อมหลอดเสพ ซุกซ่อนอยู่ในห้องน้ำหญิงชั้นล่าง 1 ถุง และวางอยู่บนโต๊ะนักท่องเที่ยวอีก 1 ถุง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน
นายพลพีร์ กล่าวว่า สถานบันเทิงแห่งนี้เคยมีการจับกุมไปเมื่อปีที่แล้ว ยังคงมีนักท่องเที่ยว จึงมีการสืบสวนเพิ่มเติม และเชื่อว่าเจ้าของเป็นคนจีน ระบบต่างๆ รวมถึงมีการให้แคชเชียร์สแกนคิวอาร์โค้ด ก็พบว่าเป็นแอปพลิเคชันคนจีนเช่น อาลีเพย์ วีแชต รวมถึงพนักงานที่เป็น mc ก็เป็นคนจีน คอยเอ็นเตอร์เทน และเคลียร์ปัญหากับลูกค้า เช่น ทำแก้วแตก และพนักงานต่างด้าวเยอะพอสมควร ซึ่งตรวจสอบพบยาเสพติดอยู่ในห้องน้ำและบนโต๊ะ ตรวจเจอสารเสพติดในร่างกายนักท่องเที่ยว และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังสถานที่แห่งนี้ไม่ควรเปิดได้ และมีแรงงานต่างด้าว และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นแอปฯ ของจีน
แต่สิ่งที่ต้องสงสัย คือ นายชาติ ผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน มีหุ้นลม ชื่อ โจ ดส. ซึ่งตัวนายชาติ เจ้าของร้านอ้างว่า นายโจ เป็นตำรวจ แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งจะฝากทางผู้กำกับ สน.ห้วยขวาง ไปตรวจสอบว่าเป็นใคร เพราะเป็นคนคอยเคลียร์ให้ร้านนี้ยังสามารถเปิดได้อยู่ แม้จะถูกสั่งปิดไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งขัดกับข้อกฎหมาย คสช.ชัดเจนอยู่แล้ว และสถานที่แห่งนี้ ซึ่งตรวจสอบแล้วไม่มีใบอนุญาตสถานบริการ และไม่ทราบว่าขออนุญาตการก่อสร้างด้วยหรือไม่
การจับกุมครั้งนี้ เป็นชุดเฉพาะกิจการจัดระเบียบสังคมของกรมการปกครอง ที่มีการส่งชุด DOPA S.W.A.T. มาสืบสวน โดยมีนายวรศิษฎ์ มท.4 ร่วมภารกิจด้วย เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นอย่างไร เป็นปัญหาของกรุงเทพมหานคร คือ สถานบันเทิงไม่มีใบอนุญาตถูกร้องเรียน ซึ่งไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำแบบไฟไหม้ โดยทางนายวรศิษฎ์ จะไปตรวจสอบเพิ่มเติมเรื่องการขออนุญาต พนักงานต่างด้าว และบัญชีต่างๆ โดยเฉพาะการถูกสั่งปิดอยู่แต่กลับมาเปิดเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
เมื่อถามถึงเรื่องนอมินีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับร้านหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า มั่นใจว่ามี เพราะคนดูแลร้าน และคนดูแลลูกค้าก็เป็นคนจีน รวมถึงแอปฯจีนด้วย ซึ่งไม่มีคนไทยคนไหนที่ทำธุรกิจแล้วเอาเงินออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามจึงขอฝากเตือนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่าอะไรผิดก็คือผิด ต้องตื่นตัวถือเป็นภารกิจของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องลงพื้นที่เองแล้ว ย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ชัดเจน โดยเฉพาะธุรกิจสีเทา การเอาเปรียบคนไทย รายได้ไม่เข้าประเทศ ไม่ใช่มีเฉพาะพื้นที่นี้แต่มีอีกหลายที่อยู่ระหว่างสืบสวน และทราบเป้าหมายแล้ว