ตำรวจเร่งแกะรอยไล่ล่า "โจรชิงทอง 72 บาท" เปิดเส้นทางหลบหนี พบเข้าซอยลับ-ลัดป่า-ข้ามทางรถไฟ พบจุดเผาเสื้อ-วิกผม แต่ยังไม่ยืนยันเป็นของคนร้าย
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีคนร้ายก่อเหตุชิงทองอย่างอุกอาจในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ โดยคนร้ายเป็นชายสวมหมวก ใส่หน้ากากอนามัย สวมวิกผมและเสื้อคลุมลายสก๊อตเพื่อปกปิดใบหน้า ก่อนใช้อาวุธลักษณะคล้ายระเบิดสร้างความหวาดกลัวให้พนักงานและประชาชน แล้วกวาดทองภายในร้านหลบหนีไป โดยทองที่ถูกชิงไปมีน้ำหนักรวมประมาณ 72 บาท ซึ่งคิดเป็นเงินแล้วมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านบาท
ทางด้าน พันตำรวจเอก วีพงษ์ กงแก้ว ผู้กำกับการ สภ.อรัญประเทศ เผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้าย โดยนำข้อมูลตำหนิรูปพรรณ เสื้อผ้า การแต่งกาย รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงหลักฐานต่างๆ ที่พบในเส้นทางหลบหนี มาใช้ประกอบการสืบสวน
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่าหลังเกิดเหตุ คนร้ายไม่ได้มุ่งหน้าเข้าเขตตัวเมืองอรัญประเทศตามที่คาด แต่ได้ยูเทิร์นแล้วเลี้ยวเข้าซอยบริเวณฝั่งตรงข้ามห้างโลตัส ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ด้านหลังหมู่บ้านนิมิตใหม่
สำหรับเส้นทางดังกล่าว มีลักษณะเป็นซอยเล็กและทางสัญจรภายในหมู่บ้าน ไม่ใช่เส้นทางหลัก สองข้างทางเป็นพื้นที่ป่าและมีลำคลอง อีกทั้งยังมีจุดตัดทางรถไฟ โดยบริเวณนี้มีช่องทางที่สามารถข้ามหรือลอดผ่านแนวทางรถไฟไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่งได้ และพื้นที่ดังกล่าวยังเชื่อมต่อกับพื้นที่ใกล้แนวชายแดน เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เลือกใช้เส้นทางลักษณะนี้น่าจะต้องมีความคุ้นเคยกับพื้นที่พอสมควร เนื่องจากเป็นเส้นทางที่คนทั่วไปไม่ค่อยใช้ และมีทางแยกออกไปได้หลายทาง
ทั้งนี้ ระหว่างการติดตาม เจ้าหน้าที่พบเสื้อหมวกและวิกผมในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับสิ่งที่ปรากฏจากภาพขณะคนร้ายก่อเหตุ ถูกนำมาเผา กองรวมอยู่กับเศษขยะอื่นๆ ที่ชาวบ้านนำมาทิ้ง
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ยืนยันว่าเป็นของคนร้าย ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดเสียก่อน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบจุดดังกล่าว พบว่าเป็นบริเวณป่ารกริมลำคลองและใกล้แนวทางรถไฟ มีลักษณะเป็นจุดทิ้งขยะขนาดเล็ก โดยพบ ร่องรอยการเผาสิ่งของและเศษขยะ บางส่วน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บวัตถุและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และเปรียบเทียบกับหลักฐานในคดี
จากข้อมูลการสืบสวนเบื้องต้น เชื่อว่าคนร้ายอาจนำเสื้อผ้า วิกผม และหมวกที่ใช้ในการก่อเหตุออกจากร่างกาย แล้วนำไปเผาทำลายบริเวณดังกล่าวเพื่ออำพรางตัวและลดโอกาสในการติดตาม แต่ประเด็นดังกล่าวยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานยืนยันอีกครั้ง ส่วนการติดตามตัวคนร้าย
พ.ต.อ.วีพงษ์ ระบุว่า ตำรวจได้ประสานกำลังทั้งฝ่ายสืบสวนจังหวัดและสถานีตำรวจในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดน ให้ช่วยตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลที่ได้รับ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางและบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เนื่องจากพื้นที่อำเภออรัญประเทศอยู่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา เจ้าหน้าที่ได้ประสานฝ่ายทหารให้ช่วยเฝ้าระวังและตรวจสอบบุคคลที่อาจพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยเพิ่มความเข้มงวดตามช่องทางต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับแนวชายแดน
สำหรับอาวุธที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ โดยเบื้องต้นมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นวัตถุที่ทำให้เกิดเสียงและควันเพื่อสร้างความหวาดกลัวและเปิดทางให้คนร้ายสามารถลงมือก่อเหตุและหลบหนีได้ ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปว่าอาวุธดังกล่าวมีอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ ต้องรอผลตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ ผู้กำกับการ สภ.อรัญประเทศ ยังฝากเตือนประชาชนเกี่ยวกับกระแสข่าวในโลกออนไลน์ หลังมีการนำภาพบุคคลต่างๆ มาเผยแพร่และกล่าวอ้างว่าเป็นคนร้าย โดยบางภาพมีการใช้ AI เข้ามาช่วยปรับแต่งจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ตำรวจยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวบุคคลจากภาพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ขอประชาชนอย่าเพิ่งปักใจเชื่อหรือแชร์ต่อ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่ถูกนำภาพมาเผยแพร่ รวมถึงครอบครัวและสถานศึกษา
อย่างไรก็ตาม การช่วยกันแชร์ข้อมูลของประชาชนถือเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของตำรวจ หากเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ แต่ขอให้ทุกคนช่วยกันตรวจสอบก่อนเผยแพร่ โดยเฉพาะภาพบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนร้าย เพราะหากเป็นข้อมูลเท็จอาจทำให้เกิดความเสียหายและกระทบต่อแนวทางการสืบสวน.