สาวร้องความเป็นธรรม หลังถูกหนุ่มคนรักจับกดคอนโซลรถ เรียกคนมาสาดน้ำกรดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุ


จากการร้องเรียนญาติเหยื่อสาวถูกสาดน้ำกรดร้องเรียนต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ สส.กาญจนบุรี เขต 1 ขอความเป็นธรรมในคดีและขอให้คุ้มครองความปลอดภัยเนื่องจากเกรงกลัวได้รับอันตราย เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายด้วยการสาดน้ำสารเคมีใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกขู่ฆ่า

ล่าสุด เวลา 16.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายวิมล ประกอบชัย ที่ปรึกษา นายอัครนัตท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี เขต 1 และ นายวิโรจน์ อุ่นบัว ผู้ประสานงาน สส.กาญจนบุรี เขต 1 นายสิริศักดิ์ คณาคุปต์ ทนายความที่ปรึกษา สส.กาญจนบุรี พร้อม นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีธนายุทธ พินิจมนตรี ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, สมาชิก อส. , เจ้าหน้าที่ พมจ.กาญจนบุรี พร้อมเข้าเยี่ยมและตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับการร้องเรียนผ่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีมีประชาชนร้องเรียนขอความเป็นธรรมในคดีและขอให้คุ้มครองความปลอดภัยเนื่องจากเกรงกลัวได้รับอันตราย เนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายด้วยการสาดน้ำสารเคมีใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และถูกขู่ฆ่า

โดยผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิง อายุ 32 ปี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ม.5 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี นอนพักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โดยมีบาดแผลตามร่างกายถูกสารเคมีกัดบริเวณผิวหนังใบหน้าและศีรษะ ได้รับความเสียหายประมาณ 10% ของร่างกาย

เหยื่อสาวผู้เสียหาย เล่าให้ฟังว่า ตัวเองอยู่กินกันกับสามีคนนี้มานานกว่า 10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คนอายุ 11 ขวบ แต่ฝั่งผู้ชายมีสองบ้าน และก็ยอมรับตามตรงว่า ตัวเองเป็นบ้านหลังที่สองของเขา ซึ่งเรื่องนี้บ้านหนึ่งก็รับทราบมาโดยตลอด สาเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกิดจากความหึงหวง เนื่องจากก่อนหน้านี้เธอได้มีการพูดคุยกันกับสามีว่าจะขอเลิก จะขอไปใช้ชีวิตใหม่ เพราะไม่อยากอยู่แบบนี้แล้ว

แต่ฝ่ายชายไม่ยอม ก่อนจะมีการพูดจาข่มขู่ เวลาโมโหก็จะทำร้ายร่างกาย พร้อมบอกด้วยว่า ถ้าจะออกไปก็ออกไปแต่ร่างที่ไร้วิญญาณ กระทั่งเมื่อวานช่วงเช้าสามีก็ได้ชวนออกจากบ้านเพื่อที่จะไปซื้อของ ระหว่างทางยอมรับว่ามีการทะเลาะกัน จากนั้นสามีก็ได้เรียกเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นอาสากู้ภัยเหมือนกัน ซึ่งอาสากู้ภัยคนนี้ได้นำสิ่งของบางอย่างมาโปะที่ปาก และจมูกของเธอ เธอจึงต้องแกล้งสลบ

จากนั้นพอขับตามทางมาเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเส้นเลี่ยงเมือง พอสามีรู้ว่าเธอแกล้งสลบ ก็ได้เรียกเพื่อนที่เป็นอาสากู้ภัยคนนี้มาหาอีกครั้ง โดยตอนนั้นเธอกับสามีก็มีปากเสียงกันในรถ สามีได้กดเธอลงที่บริเวณคอนโซลหน้ารถ ก่อนที่จะมีคนนำน้ำกรดมาสาดใส่เธอจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นสามีก็ได้พาเธอขับรถไปอีก กระทั่งรถไปชนกับแบริเออร์ข้างทาง จึงทำให้เธอหนีออกลงมาจากรถได้ ก่อนที่จะมีรถของโรงพยาบาลผ่านมาพอดีจึงทำให้เธอได้รับการช่วยเหลือ

ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม กลัวว่าสามีคนนี้จะตามกลับมาทำร้ายซ้ำอีก เนื่องจากสามีเป็นคนที่รู้จักคนเยอะ จึงกลัวว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีอะไร และเธอจะไม่ปลอดภัยด้วย จึงขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ทุกคน ว่าช่วยให้เธอได้รับความเป็นธรรม ที่สำคัญอยากช่วยให้ความปลอดภัยกับเธอและลูกสาววัย 11 ขวบด้วย

สอบถามญาติได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หญิงดังกล่าวถูกชายซึ่งเป็นสามีและพวก ใช้น้ำสารเคมีไม่ทราบชนิด สาดใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อช่วง 03.30 น. ของวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นี้ แต่ฝ่ายชายก็ได้รับบาดเจ็บและรักษาตัวเช่นกัน แต่หลังจากนั้นได้ออกจากโรงพยาบาลไป ทางญาติจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องคดีและรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นายอำเภอกาญจนบุรี จึงได้ประสานไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ติดตามเรื่องคดีดังกล่าว โดยได้รับข้อมูลว่าในเบื้องต้นพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน และทราบตัวผู้ก่อเหตุเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ในส่วนเรื่องของความปลอดภัยที่ญาติกังวลนั้น นายอำเภอกาญจนบุรีได้มาประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยมและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บนั้นพักอาศัยอยู่กับบุตรอายุ 11 ปี เพียงสองคน


โดย นายสมบูรณ์ แผนสมบูรณ์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี บอกว่า ตอนนี้ในส่วนของคดีก็ได้มีการแจ้งกับผู้กำกับการ สภ.เมืองกาญจนบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ทราบว่าคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้วเช่นกัน ในส่วนเรื่องความปลอดภัยของผู้บาดเจ็บ ได้มีการแจ้ง และกำชับ กำนันที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ให้ดูแลครอบครัวของผู้เสียหายด้วย โดยยืนยันจะให้ความปลอดภัยกับครอบครัวของผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน