แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกนักศึกษาปี 1 วิดีโอคอลนาน 48 ชั่วโมง อ้างโดนคดีฟอกเงิน บังคับหลอกขอเงินพ่อแม่ สูญเงิน 2 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี (รักษาการแทน ผกก.สภ.คลองหลวง) พ.ต.ท สุชัย แสงส่อง รองผกก. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัตน์พัฒนคุณ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รอง ผกก.สส.สภ.คลองหลวง ร่วมรับแจ้งและสอบสวนกรณี นายตรีเลิศ อายุ 65 ปี ชาว จ.เพชรบุรี พร้อมญาติ ได้พานายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี หลานชาย นักศึกษา ปี 1 ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์บังคับหลอกวิดีโอคอลนาน 2 วัน 48 ชั่วโมง หลอกให้พ่อ ผู้ปกครองโอนเงินครั้ง 1 ล้านบาท รวมโอน 2 ครั้งเป็นจำนวนเงินสด 2 ล้านบาท เข้าบัญชีของผู้เสียหาย จากนั้นแก๊งมิจฉาชีพ ขู่บังคับให้ผู้เสียหายไปเบิกเงินสดที่ธนาคาร ภายในห้างดังย่านรังสิต แล้วนำเงินสดครั้งละ 1 ล้านบาท มาส่งมอบให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หน้าคอนโดย่านคลองหลวง โดยก่อนส่งมอบเงินสดทางแก๊งคอลฯ แถมยังส่งรหัสลับให้เหยื่อด้วย

นายเอ (นามสมมุติ) นักศึกษาปี 1 ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่าน ตนเองเพิ่งตื่นนอนก็ได้มีสายโทรเข้ามาก็เลยรับสาย แล้วก็มีเสียงผู้ชายพูดว่าเขาเป็นพนักงาน AIS มีคนเอาเลขบัตรประชาชนของตนไปเปิดเบอร์และนำไปโปรโมททำเว็บพนัน แล้วก็บอกว่าถ้าตนสะดวกไปแจ้งความที่ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หรือว่าสะดวกออนไลน์ ตนก็บอกว่าไม่สะดวกผมเป็นนักศึกษาอยู่ เขาบอกว่างั้นเดี๋ยวพี่โอนสายไปแจ้งความออนไลน์ให้ 

ตอนนั้นตนก็ตกใจและงง เลยบอกได้ครับแล้วเขาก็โอนสายเสร็จก็เป็นเห็นใบหน้าตำรวจแป๊บเดียว โดยชายที่อ้างเป็นตำรวจถามว่าวันนี้จะแจ้งความเรื่องอะไร ตนก็บอกว่าวันนี้จะมาแจ้งความว่ามีคนเอาเลขบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์ทำเว็บพนัน จากนั้นเขาทำเหมือนว่าตรวจสอบประวัติ ซึ่งคนร้ายมีการเปิดเสียง ว. เสียงวิทยุตำรวจ แทรกเข้ามาด้วยแล้วบอกว่าเลขบัตรประชาชนตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เปิดเว็บพนัน 

จากนั้นเขาก็พูดเหมือนพูดขู่ แบบขู่กดดันว่าแน่ใจนะ ว่าไม่ได้เปิดเบอร์จริงๆ แน่ใจงั้นเดี๋ยวพี่ส่งเรื่องให้กับเหมือนกับเป็นลูกน้องเขาแล้วก็แอดไลน์โทรเป็นเฟซไทม์ เปิดกล้อง พอเปิดกล้องเห็นเป็นตำรวจใส่ชุดตำรวจถือกระดาษแผ่นสีขาวพูดขู่เกิดอะไรขึ้นไปทำอะไรมา ตนก็บอกว่าพี่มีคนเอาเลขบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์ไปทำเว็บพนันแล้วก็มีคนแจ้ง เขาก็เลยให้ตนเขียนไทม์ไลน์ว่า ไปทำอะไรมาบ้างไปสมัครอะไรมาบ้าง ทำธุรกรรมอะไรมาบ้าง แล้วก็ส่งไปให้เขา ตนก็เขียนแล้วก็ส่งไป 

แล้วเขาก็บอกว่าน้องพี่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินของน้อง เพราะว่าไอ้คนที่พี่จับได้เกี่ยวข้องกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายธนาคาร แล้วก็มีเป็นหมายมีกระดาษหมายมาจะเป็นความลับที่สุดห้ามเผยแพร่ให้บิดามารดา หรือว่าคนอื่นไม่งั้นจะโดนรับโทษ ซึ่งข้อความในกระดาษมีชื่อตนแล้วก็มีรูปผู้ต้องหาคนหนึ่งที่เขาบอกว่าจับได้

นายเอ เล่าต่อว่า เขายังถ่ายให้เห็นสมุดธนาคารวางกองอยู่ บอกคนนู้นคนนี้ทำ แล้วบอกว่ามีใครช่วยน้องได้บ้าง ถ้าบริสุทธิ์ใจว่าเงินในบัญชีตรงเนี่ย ตนได้มาโดยแบบว่าแปลกประหลาด โดยมีคนที่บอกว่าจะแบ่งให้ตน เขาก็บอกว่าเหมือนกับว่ากลัวครอบครัวไม่มี เขาอาจจะช่วยได้ ด้วยความที่ตนตกใจและกลัว โดยเขาก็บอกให้ตนโทรติดต่อพ่อให้โอนเงินมาให้ โดยใช้ข้ออ้างว่าตนสอบติดนักเรียนทุนต้องไปเรียนที่ประเทศออสเตรเลีย จากนั้นเหมือนกับว่าเขามีการพูดคุยกับคนในนั้น ซึ่งเป็นผู้หญิงว่าเป็นเลขาฯ แสดงทำป้ายเป็นครูแล้วก็ส่งเป็นเอกสารที่มีตรามหาวิทยาลัย ส่งมาให้ตนส่งต่อไปบอกพ่อกับแม่แล้วก็บอกว่าต้องใช้เงินจำนวน 5 ล้านบาท เข้าเป็นเงินนอนบัญชีให้ทางมหาลัยได้ดู แล้วพอพ่อกับแม่โอนมาให้วันที่ 17 จำนวน 1 ล้าน เขาก็ให้ตนไปถอนเงินแล้วเอาไปให้เขาเลยที่หน้าคอนโด

ซึ่งพ่อกับแม่ก็เชื่อแล้ว ตอนนั้นหลังจากที่เราเอาเงินไปให้เจอคนร้ายลักษณะสูง 180 อายุประมาณน่าจะ 30 ผิวดำ ตอนมารับเงินเขาถ่ายรูปผมไว้ไม่เห็นหน้า มาเอาเงินหน้าคอนโดหน้าเซเว่น หลังจากรับเงินก้อนแรกไปแล้ว เขาก็บอกให้ตนรอก้อนที่สองมาอีก 1 ล้าน ก็คุยปกติดูเราทำนู้นทำนี้ทำไรอยู่ หลังจากที่โอนก้อนที่สองในวันที่ 18 สิงหาคม ตนก็ไปถอนนำเงินสดมาให้คนเดิมรวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท 

หลังจากนั้น ตนได้ทักถามว่าทำไงต่อ เขาก็วางสายหายไปเลย ก่อนจะมานึกได้ว่าตนถูกหลอกและเสียใจมาก จากนั้นก็เลยโทรบอกพ่อ ซึ่งพ่อก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร บอกว่าถือว่าเป็นประสบการณ์ เงินมันเสียไปแล้วไม่เป็นไรหรอก ตนเคยเห็นข่าวช่วงนี้มีมิจฉาชีพหลอกนักศึกษา แต่คำพูดมันน่าจะเป็นการข่มขู่ด้วยความที่เราเป็นนักศึกษาใหม่ พ่อแม่ก็ไม่ได้อยู่ด้วย อยู่คนเดียวมันก็เลยตื่นตระหนกตกใจหลงเชื่อ ตอนไปเบิกเงินจำนวนเยอะขนาดพนักงานธนาคารเขาก็ไม่ได้สอบถามก็เบิกให้เลย และตอนไปส่งเงินคนร้ายให้บอกรหัสลับส่งมอบเค้าบอกว่าให้พูด พันโด 3 รอบ โดยคนร้ายตอบเพียงว่า ครับ

ทางด้าน นายตรีเลิศ ลุงที่ได้รับมอบหมายจากพ่อผู้เสียหาย เผยว่า เหตุการณ์นี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะหลานชายยังอ่อนอายุเขาเพิ่ง 18 ปี เพิ่งเข้ากรุงเทพฯ ฉะนั้นก็ต้องระมัดระวัง พ่อต้องคุยในฐานะความเป็นพ่อต้องคอยสอบถามว่า ทำไมลูกใช้เงินเยอะเอาไปทำอะไร ต้องสอบถามสละเวลาให้ลูกบ้าง สอบถามลูกก่อนที่จะให้เงินให้ลูกจำนวนมากๆ ก็ฝากเตือนไปถึงผู้ปกครองด้วยว่าการเบิกเงินมากๆ ต้องสอบถามโดยละเอียด

ลุง ยังกล่าวอีกว่า พ่อเขานึกว่าลูกได้ทุนการศึกษาจริงก็เลยโอนเงินมาให้ลูก ครั้งหนึ่งพ่อเขาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนก็เลยไม่ได้คิด เขานึกถึงอนาคตลูกอย่างเดียวเพราะความรักลูกและอนาคตของลูกก็เป็นอุทาหรณ์

ทางด้าน พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ พรหมเมศร์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และรักษาการแทนผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า พฤติกรรมก็ยังมีมูลฐานคล้ายๆ เดิม ก็คือหลอกให้กลัว โดยแสดงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ว่าน้องเกี่ยวข้องกับไม่ว่าจะเรื่องการฟอกเงิน ยาเสพติด การส่งของผิดกฎหมาย เรื่องพวกนี้ทำให้มีความรู้สึกว่าเขานั้นไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด 

หลังจากนั้น ก็จะมีอ้างเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาหลอก แล้วก็ใช้กุดโลบายพยายามให้คุยกับผู้ปกครองว่าได้รับทุนการศึกษา ให้คุณพ่อโอนเงินมาเป็นค่าธรรมเนียม แต่เปลี่ยนวิธีการ เป็นการให้คนมารับเงินสดแทนที่เคาน์เตอร์ธนาคารเลย อันนี้มันก็เปลี่ยนวิธีการอีกแบบหนึ่ง ก็อยากจะฝากเตือนไปถึงท่านผู้ปกครอง ในการจะได้รับทุนการศึกษาหรืออะไรยังไงก็แล้วแต่ ควรที่จะติดต่อสถานศึกษา หรือว่าหน่วยงานที่จะให้ทุนหรืออะไรอย่างงี้ก่อน อย่าเพิ่งรีบร้อยแล้วก็ต้องเอะใจ คอยตระหนักคิดสักนิดนึง เพราะเงินมันไม่ใช่น้อยๆ 

รวมถึงเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก็มีข้อสังเกตนิดนึงว่า น้องได้ถูกแก๊งหลอกลวงออนไลน์ทางโทรศัพท์ คุยเปิดกล้องอยู่ตลอดเวลา เพราะอะไรเขาถึงทำแบบนั้น เพราะว่าเขานั้นพยายามป้องกัน แล้วก็ชักจูงโน้มน้าวไว้ไม่ให้ไปคุยกับคนอื่นเลย จะต้องคุยกับเขาคนเดียว เผื่อกลัวจะไปปรึกษาตำรวจ กลัวจะไปปรึกษาผู้ปกครอง ปรึกษาเพื่อน แล้วทำให้คนอื่นรู้ว่าแผนพฤติกรรมแบบนี้มันเป็นมิจฉาชีพ เขาก็เลยจะพยายามคุยอยู่ตลอดกับน้องไม่วางสาย 2 วันกว่า 48 ชั่วโมง 

ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ของรัฐเห็นเวลาน้องคุยโทรศัพท์เข้ามาวิดีโอคอลบ้างอะไรที่จะมาเบิกเงินทีละเป็นล้านๆ ควรจะเอะใจนิดนึง ถาม พูดคุย ว่ามีลักษณะแบบนี้ไหม ถ้ามีลักษณะแบบนี้ พนักงานก็ควรบอกลองวางโทรศัพท์ก่อนไหม แล้วก็ลองย้อนกลับไปคิดกลับไปถาม ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ โทรหาตำรวจไหม โทรหาคุณพ่อคุณแม่ก่อนดีไหม ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เล่าให้คนอื่นฟัง เพราะมันเป็นแผนพฤติกรรมเดิมๆ

พ.ต.อ.วิษณุรักษ์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งบ่อย เพราะในปทุมธานีค่อนข้างมีมหาวิทยาลัยค่อนข้างเยอะ มีนักศึกษาที่จริงๆ แล้วผู้ปกครองก็มีความหวังในเรื่องทุนการศึกษากันทุกคนอยู่แล้ว เพราะคงอยากจะให้น้องได้ทุนการศึกษาเพื่อที่จะไปศึกษาต่อ แต่กระบวนการการได้รับทุนมันไม่ใช่การลักษณะเป็นแบบนี้แน่นอน ขอให้ผู้ปกครอง ตระหนักคิดไว้เลยว่า จะต้องติดต่อสถาบันการศึกษา ไม่ได้ติดต่อกับน้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรามี รองผู้กำกับและมีความเชี่ยวชาญทางเรื่องนี้ เจอเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อยๆ ก็จะให้ไปโดยเฉพาะการปฐมนิเทศมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็จะให้ไปพูดคุย 

ทั้งนี้ อยากให้น้องๆ ได้สนใจฟังเรื่องแผนพฤติกรรมของคนร้ายที่เอามาบอกให้เป็นความรู้ไว้ เพื่อเป็นวัคซีนป้องกันตัวเอง รวมถึงดูจากสื่อต่างๆ ยุคใหม่สมัยนี้ไม่ค่อยดูโทรทัศน์ ไม่ดูข่าวก็อาจจะไม่ค่อยรู้แผนพฤติกรรมที่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ อาจจะดูผ่านทางเว็บเพจ หรือทางช่องทาง TikTok เป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ และก็ทางเราก็ทำเป็นคลิปวิดีโอสั้นๆ แต่ด้วยความที่มันคงไม่สนุกหรือยังไง มันก็เลยอาจจะไม่ได้ไปขึ้นฟีดที่ทำให้ใครๆ เปิดมาก็แล้วก็เจอ ไม่ได้ดูอะไรอย่างนี้ก็จะพยายามปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะให้มีสื่อเหล่านี้เข้าถึงน้องๆ โดยเฉพาะยุคใหม่รุ่นใหม่ที่ไม่ได้ดูข่าวทางโทรทัศน์อะไร แต่ว่าจะดูโทรศัพท์ผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ไม่ว่า TikTok Facebook หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ เขาจะได้เห็นแผนพฤติกรรมของมิจฉาชีพเหล่านี้.