ตร.ตามรวบได้แล้ว หนุ่มเมียนมาโหด ใช้สากกะเบือตีหัวพ่อเฒ่า วัย 79 ปี เจ้าของร้านขายของชำดับคาบ้านพัก ซอยนักกีฬาแหลมทอง 40 ก่อนชิงทรัพย์ หลบหนี
จากกรณีคนร้ายใช้สากกะเบือ ตีศีรษะฆ่านายธวัชชัย ศิวิลัย อายุ 79 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ชิงทรัพย์ เหตุเกิดในบ้านพัก ซอยนักกีฬาแหลมทอง 40 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กทม.พบเหตุเมื่อเช้าวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 ส.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.วิชัย ณรงค์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.อ.วิชิต ถีรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักรพันธ์ โอสถากันต์ ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. และพ.ต.ท.สืบศักดิ์ ยุทธภัณฑ์ศิริกุล รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ท.จิตติชัย รัตนวรประดิษฐ์ รอง ผกก.ป.สน.ประเวศ พร้อมกำลัง
ร่วมกันจับกุม MR.KHUN CHIT OO อายุ 25 ปี ชาวเมียนมา ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ1395/2569 ลงวันที่ 25 ส.ค.69 ข้อหา ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ1395/2569 ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2569 พร้อมของกลางทรัพย์สินชิงไปส่วนหนึ่ง เช่น สร้อยคอทองคำ แหวนทอง โทรศัพท์มือถือ เงินสดจำนวนหนึ่ง และเสื้อผ้าสวมใส่วันก่อเหตุ
โดยจับกุมได้บริเวณไซต์งานก่อสร้าง ซอยเทศบาลบางปู 39 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เมื่อคืนวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา
ภายหลังจับกุมและสอบสวนผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณที่เกิดเหตุ และบริเวณหอพัก ภายใน ซ.รามคำแหง 52/1 เป็นสถานที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปเปลี่ยนชุดภายหลังก่อเหตุ
โดยการทำแผนประกอบคำรับสารภาพดังกล่าว ผู้ต้องหาให้ความยินยอมและสมัครใจ พร้อมทั้งจัดกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยและควบคุมสถานการณ์ตลอดการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผกก.ประเวศ เผยหนุ่มเมียนมาประสงค์ทรัพย์
พ.ต.อ.ทศพล อำไพพิพัฒน์กุล ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นผู้ลงมือฆ่านายธวัชชัยจริง โดยพฤติการณ์เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ดูกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุจนถึง หลังเกิดเหตุพบว่าตัวผู้ต้องหาเคยพักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ อยู่ด้านหลังบ้านของนายธวัชชัย ประมาณ 3 เดือน จากนั้นจึงย้ายออกไป ทำงานเป็นช่างไฟอยู่แถวรามคำแหง กระทั่งวันเกิดเหตุพบว่าผู้ต้องหาเดินทางมาที่เกิดเหตุประมาณ 22.00 น. แล้วแอบเข้าไป ซ่อนตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ร้าง นายธวัชชัยปิดไฟประมาณ 24.00 น. จึงปีนเข้าไปในบ้าน
จากนั้นพยายามรื้อค้นหาทรัพย์สิน ขณะนั้นนายธวัชชัยกำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนชั้น 1 ก่อนจะได้ยินเสียงผิดปกติ จึงถือไฟฉายออกมาส่องดู พร้อมถือไม้ยาวเพื่อป้องกันตัว ขณะที่ชิดพยายามหลบซ่อนบริเวณหลังประตูห้องครัว จึงเกิดการเผชิญหน้ากัน และมีการต่อสู้กันภายในห้องครัวจนเกิดเหตุสลดขึ้น ผู้ต้องหาให้การว่าไม่แน่ใจว่าใช้สากกะเบือตีไปกี่ครั้ง แต่หลังจากที่ นายธวัชชัยล้มลง ได้ลงไปตีซ้ำที่ศีรษะอีกหนึ่งครั้งจนแน่นิ่งไป จากนั้นจึงนำทรัพย์สินของผู้ตายติดตัวกลับไปที่ห้องพักย่านรามคำแหงแล้วหลบหนีต่อไปยังแคมป์คนงานย่านบางปูซึ่งเป็นที่ทำงานเก่าของผู้ต้องหา
ผกก.สน.ประเวศ กล่าวอีกว่า เหตุจูงใจในก่อเหตุในครั้งนี้เป็นการประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากผู้ต้องหาให้การว่าเคยเป็นลูกค้าของผู้ตายและมีความเชื่อว่าผู้ตายเป็นคนมีเงิน และอยู่เพียงลำพัง วันที่ 27 ส.ค. นี้ พนักงานสอบสวน สน.ประเวศ จะนำตัวผู้ต้องหาส่งผัดฟ้องฝากขังศาลอาญามีนบุรี ตามกฎหมายต่อไป