แหล่งข่าวหน่วยความมั่นคง เผยข้อมูล อ้างปมอาวุธปืนยิงชาวบ้าน "จะแนะ" บาดเจ็บจาก ฮ. ลาดตระเวนที่นราธิวาส เป็น M16A2 อาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ ทหารยศจ่า สอดคล้องวิถีกระสุนเจาะถนน ยิงมาจากด้านบน ไม่ใช่ดักซุ่มยิงมาจากป่ารกทึบข้างทาง ขณะที่รถไฟเปิดบริการปกติแล้ว

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำหรับความคืบหน้าเหตุสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง วางแผนนัดแนะกระจายกำลังก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อช่วงดึกของวันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส รวมทั้งสิ้น 40 จุดนั้น โดยเฉพาะประเด็นของนายซอและ ดือเลาะ อายุ 21 ปี ชาว อ.จะแนะ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และได้ยืนยันว่าเป็นอาวุธปืนที่ใช้ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งตอนกลางคืน แถมได้แสดงตัวด้วยความบริสุทธิ์ใจด้วยการยกมือเหนือศีรษะแล้ว

ล่าสุดแหล่งข่าวหน่วยความมั่นคงซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งที่เชื่อได้ และปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเป็นการลับ ว่า นายซอและ ดอเลาะ ที่ได้รับบาดเจ็บจากอาวุธปืนที่ยืนยันว่าได้ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เป็นอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่ง ยศจ่า คือ อาวุธปืนเล็กยาวจู่โจม หรือ อาวุธปืนคาร์บิน ขนาด 5.56 มิลลิเมตร หรือ อาวุธปืน M16A2 จากเฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในภารกิจบินสนับสนุนทางอากาศในการลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อย หลังเกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับคดีความมั่นคง ไม่ใช่ถูกยิงจากอาวุธปืนกลหนัก M60 ที่ติดตั้งไว้กับแท่นยึดข้างลำตัวหรือส่วนหน้าของเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด

ซึ่งเป็นผลพิสูจน์สอดคล้องกับร่องรอยบนถนนจุดเกิดเหตุ ที่นายซอและ ถูกยิง ทั้งรัศมีการบินต่ำของเฮลิคอปเตอร์ที่นายซอและ ระบุว่าเฮลิคอปเตอร์บินต่ำระดับปลายของต้นกอไม้ไผ่ที่จุดเกิดเหตุ และร่องรอยกระสุนที่เจาะลงมาที่ผิวถนนซึ่งเป็นยางมะตอย ก็มีขนาดเจาะลึกหรือแฉลบ ขนาด 4 ถึง 5 เซนติเมตร เป็นวิถีกระสุนที่ยิงมาจากด้านบน ไม่ใช่ยิงหรือดักซุ่มยิงมาจากป่ารกทึบข้างทาง หรือเนินดินในที่จุดเกิดเหตุ ผนวกกับคลิปเสียงปืนที่ชาวบ้านบันทึกได้ในช่วงคืนเกิดเหตุ มีเสียงดังการยิงเป็นชุดๆ ทีละนัด ซึ่งในเรื่องนี้ต้องรอการยืนยันผลการตรวจสอบจากกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ในส่วนของเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส รวม 40 จุดนั้น เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุต่างๆ 2 วัน แล้วเสร็จไปแล้ว 6 อำเภอ คือ บาเจาะ รือเสาะ ศรีสาคร เมืองนราธิวาส ระแงะ และจะแนะ รวม 28 จุด จากจำนวนทั้งสิ้น 40 จุด โดยภาพรวมจุดที่คนร้ายลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า โรงไม้ยาง และ อบต. คนร้ายจะประกอบระเบิดใส่ไว้ในภาชนะท่อเหล็กแป๊บทรงกลม หนัก ประมาณ 5 ถึง 6 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ส่วนกรณีลอบวางเพลิง อบต.บางแห่ง รถบรรทุกของเอกชนและส่วนราชการ ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราดตามจุดต่างๆ แล้วจุดไฟเผา ส่วนจุดเกิดเหตุที่เหลืออีก 7 อำเภอ 12 จุด เจ้าหน้าที่จะเข้าทยอยตรวจสอบในวันนี้ ในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ


ส่วนด้านการให้บริการขบวนรถไฟที่หยุดให้บริการเป็นเวลา 2 วัน หลังคนร้ายก่อเหตุลอบวางรางรถไฟที่กิโลเมตรที่ 1090 ระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบ กับ สถานีรถไฟตันหยงมัส ซึ่งตั้งอยู่ ม.1 ต.มะรือโบ เมื่อวันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา หลังจากเจ้าหน้าที่ อีโอดี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้วเสร็จวานนี้ และต่อมาเจ้าหน้าที่แขวงบำรุงทางตันหยงมัสได้นำเครื่องจักรกลเข้าซ่อมแซมในทันที และได้แล้วเสร็จในช่วงเย็นของวันที่ 24 ที่ผ่านมา พร้อมได้มีการทดลองเดินขบวนรถไฟในเวลา 18.30 น. ณ จุดเกิดเหตุซึ่งสามารถทดลองให้ขบวนรถไฟใช้ความเร็วของขบวนรถได้ไม่เกิน 50 กม.ต่อชั่วโมง จนมั่นใจว่าสามารถผ่านจุดเกิดเหตุได้

ในวันนี้จากการตรวจสอบที่สถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ ขบวนรถไฟสายต่างๆ ที่วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กรุงเทพ และกรุงเทพอภิวัฒน์ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง จำนวน 14 ขบวน ได้เปิดให้บริการประชาชนตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน รายงานข่าวแจ้งว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกระแสข่าวเฮลิคอปเตอร์ทหารยิงวัยรุ่นบาดเจ็บในพื้น จ.นราธิวาส ว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาใช้กับเป้าหมายที่มีลักษณะเช่นนั้น เนื่องจากมีการเคลื่อนที่เร็วและเป็นช่วงเวลากลางคืน ทัศนวิสัยการมองเห็นเป็นไปไม่ได้ การใช้กำลังพลของกองทัพบกในการสนับสนุนภารกิจของ กอ.รมน. อยู่ในกรอบ และกติกาทุกอย่าง และเป็นสากล การใช้อาวุธเป็นไปได้ยาก ยกเว้นมีการใช้อาวุธต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนการติดตามผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างการดำเนินการ.