ฝากขังมือปืนแก๊งลูกตำรวจยิงไรเดอร์บาดเจ็บสาหัส เจ้าตัวปิดปากเงียบ หันมองสื่อ หลังถูกถามว่ามีอะไรฝากอะไรถึงแม่หรือไม่ เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ อีก 3 ราย

ความคืบหน้ากรณีแก๊งลูกตำรวจยิงคู่อริหวิดดับ เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 25 ส.ค.69 พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ สั่งการให้พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ควบคุมนายองอาจ หรือ ไอซ์ อายุ 19 ปี ไปขออำนาจศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกฝากขังผลัดแรก ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ ร่วมกันยิงปืนในที่สาธารณะ เมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษสูงและผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี

ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถคุมขัง ผู้สื่อข่าวสอบถามมูลเหตุจูงใจ แต่ผู้ต้องหานิ่งเงียบไม่ตอบคำถามใดๆ มีเพียงแค่หันมามองหลังจากถูกถามว่า “มีอะไรจะพูดถึงผู้เป็นแม่หรือไม่”

ด้าน ด.ช.ธฤต อายุ 14 ปี พนักงานสอบสวนคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางไปแล้วเมื่อวานนี้

ขณะที่ พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวถึงความคืบหน้าคดี วันนี้ พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลฯ อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 3 คน คือนายเตอร์ นายเบนซ์ และนายแก้ว ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนอีก 3 ข้อหา ส่วนนายไอซ์ และ ด.ช.ธฤต ตอนแรกให้การภาคเสธ โดยเฉพาะ ด.ช.ธฤต ที่อ้างว่านายไอซ์เป็นคนลงมือเองทั้งหมด แต่จากแนวทางการสืบสวน พบว่า ด.ช.ธฤต เป็นคนขับรถปาดหน้า แล้วหยุดรถเพื่อให้นายไอซ์ยิง หลังจากลงมือเสร็จ ด.ช.ธฤต ขับรถทยอยส่งผู้ร่วมก่อเหตุอีก 4 คน เสร็จแล้วก็นำรถกลับบ้านโดยบอกแม่ว่าถูกอีกฝ่ายยิงใส่ก่อน และแม่กำลังจะนำรถไปซ่อม เพื่อทำลายพยานหลักฐาน แต่ฝ่ายสืบสวนสามารถตามไปยึดรถได้ก่อน

ส่วนนายไอซ์ ตอนแรกให้การอ้างว่า รอยกระสุนที่กระจกฝั่งซ้าย ถูกกลุ่มผู้บาดเจ็บยิงใส่ก่อน ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ วิถีกระสุนและคาบเขม่าดินปืน แต่นายไอซ์ยอมจำนนต่อหลักฐานรับสารภาพว่านัดที่ 3 เกิดปืนลั่นภายในรถทำให้กระสุนเจาะกระจกมาจากด้านในรถ

สำหรับพฤติการณ์การก่อเหตุพบว่าแก๊งนี้ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากขี่รถจักรยานยนต์เปลี่ยนเป็นรถยนต์ ซึ่งในรถจะพกปืนไว้ตลอดเวลา โดยให้นายมาร์ตี้เป็นคนขับตระเวนไปเรื่อยๆ ถ้าพบเจอคู่อริจะลงมือก่อเหตุทันที

มีรายงานว่า จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า นายไอซ์ มีนามสกุลเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่านหนึ่ง โดยแม่นายไอซ์ยอมรับว่า มีความสัมพันธ์เป็นญาติกัน