ตร.สะกดรอยตาม ก่อนรวบแก๊ง LGBTQ+ ขนยาบ้ากว่า 3 ล้านเม็ด อ้างรับงานจากนายทุนชาวลาว ให้ไปรับยาริมโขง ในพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อนำไปพักไว้ที่อุดรฯ ก่อนส่งต่อเข้าอยุธยา

วันที่ 24 ส.ค. 69 ที่หน้ากองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ตชด.237) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (ผบก.ตชด.ภาค 2) พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23 พ.อ.อิทธิพล นนลือชา รองผู้อำนวยการส่วนอำนวยการ นบ.ยส.24 พ.ต.ท.อนุสรณ์ แสนสิ่ง รอง ผกก.ตชด.23 หน.กองร้อย ตชด.235 พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผบ.กองร้อย ตชด.237 และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมแถลงข่าวการตรวจยึดของกลางยาบ้า ประมาณ 3,000,000 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่น X-TRAIL สีขาว ทะเบียนชลบุรี รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว-ดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง

พร้อมจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1. น.ส.พิไลลักษณ์ อายุ 40 ปี LGBTQ+ ชาว จ.ปทุมธานี หัวหน้าทีม 2. น.ส.เสาวรส อายุ 31 ปี LGBTQ+ ชาว จ.อุดรธานี ทำหน้าที่ขับรถงาน 3. นายกรีฑา อายุ 32 ปี LGBTQ+ ชาว จ.อุดรธานี นั่งโดยสารในรถงาน 4.นายสุเมธ อายุ 31 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ทำหน้าที่ขับรถนำ 5.นายณรงค์เดช อายุ 27 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ และ 6.นายสุวิชัย อายุ 32 ปี ชาว จ.นครสวรรค์ ทั้งคู่นั่งโดยสารอยู่ในรถนำ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หน.ชปข.ร้อย ตชด.237 ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า ในห้วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น. กลุ่มขบวนการเครือข่ายยาเสพติดจะมีการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดนรอยต่อระหว่างพื้นที่ จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน

ร.ต.อ.จรณ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ชุดปฏิบัติการข่าวร้อย ตชด.237 (ชปข.237) ยกระดับมาตรการในการเฝ้าระวังป้องกันในการลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ดำเนินการตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยที่เดินทางเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ โดยใช้อุปกรณ์พิเศษระบบกล้องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ License Plate Recognition (LPR) จากการตรวจสอบพบรถยนต์ต้องสงสัยยี่ห้อนิสสัน รุ่น X-TRAIL สีขาว ทะเบียนชลบุรี ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่ภาคกลาง เข้ามาในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร โดยมุ่งหน้ามาทาง อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม จึงเฝ้าระวังรถยนต์คันดังกล่าว

กระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ช่วงเวลาประมาณตีห้า ชุดเฝ้าระวังในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัยโผล่ขึ้นมาอีกคัน เป็นยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร โดยมีลักษณะเป็นรถขับนำ หรือรถเคลียร์เส้นทาง และรถยนต์ต้องสงสัยคันหมายเลขทะเบียนชลบุรี วิ่งรถตามในระยะห่างกันเล็กน้อย โดยรถยนต์ทั้งสองคันขับขี่มาบนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2390 สายนาพระชัย-ศรีสงคราม โผล่ที่สามแยกบ้านปฏิรูป ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยขับขี่มุ่งหน้าเข้าไปในตัว อ.ศรีสงคราม 

ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตพบว่า รถยนต์นิสสัน เลขทะเบียนชลบุรี มีลักษณะน่าสงสัยเหมือนบรรทุกสิ่งของหนัก เชื่อว่าภายในรถยนต์อาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนมาด้วย จึงได้สะกดรอยติดตามไป จนพบว่ารถยนต์ต้องสงสัยทั้ง 2 คันได้ขับเลี้ยวเข้าไปในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง เขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม เจ้าหน้าที่จึงรอจังหวะ ตามเข้าไป เพื่อขอตรวจค้น พบ 6 ผู้ต้องหานั่งอยู่บริเวณหน้าห้องพัก จึงควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด 

สอบสวนเบื้องต้น น.ส.เสาวรส รับว่าเป็นหัวหน้าทีมและเป็นผู้ขับขี่รถยนต์นิสสัน พร้อมเปิดฝาท้ายรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 14 กระสอบ ภายในมีก้อนวัตถุรูปทรงสี่เหลี่ยม ถูกห่อด้วยกระดาษไขกันน้ำสีเหลือง มีสัญลักษณ์ 999 สีน้ำเงินประทับ ซึ่ง น.ส.เสาวรส ให้การยอมรับว่าเป็นยาเสพติดประเภทเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) พร้อมให้การว่า ตนเองกับพวกรวม 6 คน เดินทางมาเพื่อมารับยาบ้าและจะเอาไปเก็บไว้ในโกดังที่ จ.อุดรธานี

จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด เข้ามายัง ตชด.237 เพื่อสืบสวนขยายผล และตรวจนับของกลางมีจำนวนทั้งสิ้น 1,540 มัด ประมาณ 3,000,000 เม็ด นอกจากนี้ยังตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะผู้ต้องหาทั้ง 6 คน จากการตรวจสอบมี 5 คนมีฉี่สีม่วง ยกเว้นฉี่ของนายณรงค์เดช เพียงคนเดียวที่ไม่พบสารเสพติดในปัสสาวะ

นอกจากนี้ น.ส.เสาวรส ยังยอมรับว่าเป็นหัวหน้าทีม ได้รับการติดต่อจากท้าวตี๋ นายทุนชาวลาว จัดหาคนไปรับยาบ้าที่ริมแม่น้ำโขง จ.นครพนม จึงชักชวนเพื่อนในกลุ่ม LGBTQ+ เดินทางออกจากจังหวัดภาคกลาง ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยท้าวตี๋ให้เครือข่ายที่เป็นคนไทย โอนเงินค่าน้ำมันให้จำนวน 25,000 บาท แต่ยังไม่ได้ตกลงราคาว่า จะให้ค่าเสี่ยงคุกเท่าไร และพากันเข้าพักที่รีสอร์ตในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม เพื่อรอคำสั่งจากท้าวตี๋ให้รับยาบ้าริมแม่น้ำโขง หลังจากนั้นก็พากันขับเข้ามาจอดในรีสอร์ต โดยไม่ทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่สะกดรอยตามมาจนถึงที่พัก

ด้าน พ.ต.ท.อนุสรณ์ แสนสิ่ง รอง ผกก.ตชด.23 หน.กองร้อย ตชด.235 อ.ธาตุพนม เปิดเผยว่าคดีนี้ขยายผลมาจากการจับกุมชาวลาว พร้อมยาบ้าจำนวน 218,000 เม็ด ในท่าทรายแห่งหนึ่งเขตพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ และสอดคล้องกับเบอร์ที่ติดต่อกันทางโทรศัพท์ จึงประสานงานร่วมกับ ตชด.236 อ.เมืองนครพนม และ ตชด.237 อ.ท่าอุเทน ติดตามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และนำมาสู่การจับกุมยาบ้า 3 ล้านเม็ดในครั้งนี้

ซึ่ง น.ส.เสาวรส หัวหน้าทีมเล่าว่าไม่เคยเข้ามาขนยาเสพติดในพื้นที่ จ.นครพนม แต่เคยรับจ้างขนอยู่ในพื้นที่ จ.เลย ก่อนถูกจับกุมไปขนในเขต จ.หนองคาย โดยครั้งนี้จะลำเลียงเข้าไปพักใน จ.อุดรธานี จากนั้นก็จะเดินทางไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายทาง แต่ดวงโจรหมดอายุจึงถูกจับกุมทั้งแก๊งดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป.