เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน เหตุคนร้ายกว่า 10 คน บุกเผา-วางระเบิดเทศบาล ที่ปัตตานี รถเสียหาย 3 คัน พบแบ่งหน้าที่กันทำงาน คาดฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบชุดใหม่ ก่อเหตุเพื่อฝึกสภาพจิตใจ
วันที่ 24 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี หลังเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุวางเพลิงและวางระเบิด เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.10 น. โดยกลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน ปิดบังใบหน้าและมีอาวุธปืนสงคราม บุกเข้ามาภายในพื้นที่เทศบาล ก่อนข่มขู่และไล่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกจากจุดเกิดเหตุ
จากนั้นคนร้ายแบ่งกำลังออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกขึ้นไปบริเวณชั้น 2 ของอาคารสำนักงานและก่อเหตุวางเพลิง ขณะที่กลุ่มที่สองเข้าไปบริเวณโรงจอดรถเพื่อวางเพลิง ส่วนกลุ่มที่สามทำหน้าที่ดูต้นทางและควบคุมสถานการณ์ ก่อนนำระเบิดไปวางไว้บริเวณป้อมยามทางเข้าเทศบาล
หลังจากก่อเหตุแล้ว คนร้ายทั้งหมดได้พากันหลบหนีออกจากพื้นที่ ไม่นานเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น 1 ครั้ง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง และชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ ขณะเดียวกันเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของอาคารสำนักงาน และโรงจอดรถ ส่งผลให้รถดับเพลิง รถขยะ และรถของเทศบาล รวม 3 คัน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ ป้อมยามบริเวณทางเข้าเทศบาลยังได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดด้วย โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงปิดกั้นพื้นที่โดยรอบ ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย ก่อนเปิดทางให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบความเชื่อมโยงของกลุ่มคนร้าย รวมถึงติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดที่คนร้ายนำไปวางไว้บริเวณป้อมยาม เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ไม่ใส่สะเก็ด น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บชิ้นส่วนของระเบิดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์และขยายผลต่อไป
เบื้องต้นหน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นการก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของกลุ่มคนร้าย เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
อย่างไรก็ตาม ด้านหน่วยข่าวความมั่นคง ยังระบุอีกว่า การสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ กลุ่มก่อความไม่สงบส่วนใหญ่เป็นชุดใหม่ที่ได้รับการฝึกสภาพจิตใจเพื่อการก่อเหตุในลักษณะก่อกวน โดยเฉพาะการเผายางตามจุดต่าง ๆ เป็นเพียงแนวร่วมกลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนอง ต่างจากกลุ่มขบวนการที่ก่อเหตุใช้อาวุธและลอบวางระเบิดที่มีความชำนาญในการก่อเหตุ แหล่งข่าวยังระบุอีกว่า การก่อเหตุพร้อมกันทั้ง 3 จังหวัดมีนัยสำคัญ คือ เรื่องการเมืองในพื้นที่โยงไปถึงเรื่องผิดกฎหมาย และการตอบโต้การทำงานของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่