(ภาพจากแฟ้ม)
ศาลธัญบุรี สั่งจำคุก 4 ปี แก๊งบัญชีม้า ร่วมทีมสแกมเมอร์ หลอกเเม่ของอัยการดาว สูญเงิกว่า 7 แสนบาท กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
วันที่ 18 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำพิพากษา คดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชลี , น.ส.เวียงสวรรค์ (ชาวลาว), บริษัทปุ๋ย, นายสุพงษ์ และนายธนกร เป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเป็นซ่องโจร, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
กรณีกลุ่มคนร้ายเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ได้สร้างโปรไฟล์ปลอมในชื่อ “แฮรี่ ชาร์ด” อ้างตัวเป็นนักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อนางบุญครอง ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรืออัยการดาว อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียทั้ง Facebook และ WhatsApp เข้าหา ผู้เสียหาย ออกอุบายว่า ส่งพัสดุมาให้จากต่างประเทศ แต่พัสดุติดค้างอยู่ที่สนามบินเนื่องจากน้ำหนักเกิน จากนั้นหลอกลวงให้โอนเงินค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการต่าง ๆ หลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท เมื่อรับเงินกลุ่มคนร้ายได้โอนกระจายเข้าสู่กลุ่มจำเลยผ่านเส้นทางการเงินและการแปรสภาพสินทรัพย์ไป
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จากพยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้ว่า น.ส.อัญชลี, น.ส.เวียงสวรรค์ และนายธนกร จำเลยที่ 1, 2 และ 5 มีการเปิดบัญชีธนาคารจำนวนมากเพื่อรับโอนเงินอันผิดปกติวิสัย โดยเฉพาะ น.ส.เวียงสวรรค์ จำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ชัดเจนในการนำเงินดังกล่าวไปซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี (USDT) เพื่อแปรสภาพและซุกซ่อนแหล่งที่มาแท้จริงของเงินอันเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
ส่วนข้อหาอื่นพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอว่า จำเลยที่ 1, 2 และ 5 มีส่วนร่วมในการเป็นผู้สร้างโปรไฟล์ปลอม หรือเป็นผู้พิมพ์ข้อความนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายโดยตรง ส่วนจำเลยที่เหลือโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดฐานฟอกเงินเช่นกัน
พิพากษาว่า น.ส.อัญชลี, น.ส.เวียงสวรรค์ และนายธนกร จำเลยที่ 1, 2 และ 5 กระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินลงโทษจำคุกคนละ 4 ปี ส่วนข้อหาอื่นและจำเลยให้ยกฟ้อง.