ตำรวจไซเบอร์นำหมายค้น ทลายแหล่งดัดแปลงแบลงก์กันให้ยิงกระสุนจริงในพื้นที่ จ.ปทุมธานี  ได้ผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมของกลางแบลงก์กัน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน เผยตำรวจพบเบาะแสจากการขายทางกลุ่มลับในโลกโซเชียล ถือเป็น 1 ในต้นตอสำคัญในการใช้ปืนก่อเหตุอาชญากรรม ขณะที่ผู้ต้องหาสารภาพชอบสะสมปืนและมีความรู้ในการประกอบปืน แบ่งขายให้กลุ่มเพื่อนไปแล้วหลายกระบอก



เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ต.ประภาส สมวงษ์ สว.กก.วิเคราะห์ฯ บก.สอท.2 ช่วยราชการ กก.4 บก.สอท.2 ร.ต.ท.กู้เกียรติ เชิดสูงเนิน รอง สว.กก.4 บก.สอท.2  


นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 447/2569 ตรวจค้นห้องพักคอนโดฯ แห่งหนึ่งภายในซอยพหลโยธิน 72 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เข้าจับกุมนายณัฐพล ต่ายรอด อายุ 30 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมตรวจยึดของกลางปืนแบลงก์กันดัดแปลงลำกล้องใช้กับกระสุนจริง จำนวน 3 กระบอก แยกเป็นขนาด 9 มม. จำนวน 2 กระบอก และขนาด .380 อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุน 10 นัด


พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลให้ทาง บช.สอท.เร่งปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ เพื่อคุ้มครองประชาชน ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวัตถุระเบิด


โดยทางชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 พบข้อมูลว่านายณัฐพลได้มีการสั่งซื้อกระสุนปืนจากกลุ่มลับซื้อขายอาวุธในเฟซบุ๊ก ที่มีการแอบลักลอบซื้อขายอาวุธปืน-กระสุนปินผิดกฎหมาย จึงทำการสืบสวนจนทราบว่านายณัฐพลพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี  ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้นบ้านพักเข้าจับกุมตัวไว้ได้พร้องของกลางที่ตรวจยึดไว้ได้ทั้งหมด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา


จากการสอบสวนนายณัฐพล ให้การยอมรับว่าส่วนตัวชอบสะสมปืนและมีความรู้ในการประกอบปืน โดยสั่งซื้อปืนแบลงก์กันในแต่ละรุ่นที่ชอบกับลำกล้องปืนมาจากทางออนไลน์ ในราคา 12,000 บาท ก่อนจะนำมาประกอบเพื่อให้สามารถใช้กับกระสุนจริง ซึ่งมีปืนบางส่วนที่เริ่มเบื่อที่จะเก็บไว้ได้แบ่งขายให้กลุ่มเพื่อนไปแล้วหลายกระบอก ในราคากระบอกละ 20,000 บาท เพื่อเอากำไรไปซื้อปืนรุ่นใหม่มาสะสม


โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน “มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป