“เสรีพิศุทธ์” ขึ้นศาลบุรีรัมย์ ไต่สวนมูลฟ้องคดี “เนวิน ชิดชอบ” ฟ้องหมิ่นประมาทฯ และแจ้งความเท็จ ปมกล่าวหาครอบครองที่ดินเขากระโดง ฝากถึง “เนวิน” พร้อมยุติเรื่อง หากยอมคืนที่ดิน
วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมคณะและทีมทนายความ เดินทางมายังศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ตามกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในคดีที่ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และแจ้งความเท็จ จากกรณีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินบริเวณเขากระโดง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางมาด้วยรถยนต์ตู้สีดำ ก่อนเดินทางขึ้นศาลในเวลาประมาณ 09.00 น. เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนมูลฟ้องตามกำหนดนัด โดยการพิจารณาในวันนี้ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนและประชาชน เนื่องจากคดีมีที่มาจากประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะที่ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเวลาประมาณ 12.40 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เดินทางลงจากศาล โดยมีผู้สนับสนุนและประชาชนมารอให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าศาลจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันมีประชาชนและอดีตข้าราชการบางราย นำหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่ดิน รวมถึงกรณีสหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ มายื่นต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยเจ้าตัวรับเรื่องไว้และระบุว่าจะนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการไต่สวนว่า จริง ๆ แล้ววันนี้ตนไม่จำเป็นต้องเดินทางมาศาลด้วยตัวเองก็ได้ เพราะฝ่ายตนสามารถแต่งตั้งทนายความมาซักค้านในกระบวนการพิจารณาได้ แต่ที่เดินทางมา เนื่องจากต้องการพบและพูดคุยกับ นายเนวิน ชิดชอบ ด้วยตัวเอง
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อยากถามนายเนวินโดยตรงว่า เมื่อมีคำพิพากษาเกี่ยวกับคดีที่ดินออกมาแล้ว เหตุใดจึงยังไม่ยอมคืนที่ดิน และจะดื้อรั้นต่อไปทำไม โดยอ้างว่าที่ผ่านมาคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าวมีความชัดเจน และหากยังเดินหน้าต่อสู้ในกระบวนการศาล ก็เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาชนะคดีได้
“ถ้ายอมคืนตั้งแต่ตอนนี้ ผมก็อาจจะจบเรื่องให้ตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ ขอให้คืนเสีย” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าการฟ้องคดีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการฟ้องเพื่อปิดปากหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นการฟ้องเพื่อไม่ให้ตนพูดหรือวิพากษ์วิจารณ์ต่อไป พร้อมระบุว่าตนเคยถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่เคยแพ้คดี
ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรถึงนายเนวิน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า อยากฝากว่า หากต่อสู้กับตนในเรื่องนี้ เชื่อว่าจะไม่สามารถเอาชนะตนได้ และเห็นว่าการยอมคืนที่ดินน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะหากยอมคืน ก็ถือว่าเป็นการเคารพกฎหมาย และเรื่องก็สามารถยุติลงได้
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ในอดีตว่า ตนไม่ได้มีความโกรธเคืองกับนายเนวิน แม้ในปี 2538 เคยมีเหตุการณ์ที่ตนจับกุมหัวคะแนนของนายเนวินในคดีซื้อเสียง โดยสามารถตรวจยึดเงินสดได้ประมาณ 11 ล้านบาท ก่อนมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และต่อมามีการฟ้องร้องกลับกันหลายคดี
ทั้งนี้ การไต่สวนมูลฟ้องในวันนี้เป็นขั้นตอนหนึ่งของกระบวนการพิจารณาคดี ซึ่งยังไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา โดยผลการพิจารณาและขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นไปตามคำสั่งและกระบวนการของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ต่อไป