โฆษก ตร.บินด่วนลงใต้ คุมคดี “สส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช หลังเจ้าตัวปัดตบบ้องหู แค่เอามือไปโดนหน้าหยอกล้อกับรอง ผกก. พร้อมกำชับเร่งติดตามตัว ดาบตำรวจ สังกัด ภ.จว.พัทลุง ที่มีพฤติกรรมคล้ายใช้สารเสพติด ขณะนั่งฝึกอบรมออนไลน์ มาสอบสวนโดยเร็วที่สุด

จากกรณีที่ปรากฏข้อมูลเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และเพจสาธารณะ ปมร้อน รอง ผกก.สืบ สภ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช โดนอดีตรัฐมนตรี บ้านใหญ่ ตบบ้องหู กลางงานศพแม่นักการเมืองท้องถิ่น ท่ามกลางกระแสข่าวที่ถามถึงศักดิ์ศรีของข้าราชการตำรวจ เหตุเกิดเมื่อ 8 ส.ค.69 ที่ผ่านมา ก่อนที่ในเวลาต่อมา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.ระบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเดินทางเข้าพบตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ รับทราบข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกาย แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ไม่ได้ตบบ้องหู พี่ตุ้ม (รองผู้กำกับฯสืบ) ยืนยันยังรักใคร่กันดี เจอหน้ายังมีหยิกหูหยอกล้อกัน โวยถูกปั่นข่าวโจมตีหวังดิสเครดิตทางการเมือง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ที่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (13ส.ค.69) เวลา 16.30 น. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งใหญ่ เพื่อร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี ที่ทาง พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ สวัสดิโกมล รอง ผกก.สส.สภ.ทุ่งใหญ่ ได้แจ้งความดำเนินคดีนายชัยชนะ เดชเดโช ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามมาตรา 391

ซึ่งภายหลังจากที่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้เดินทางมาถึงสถานีตำรวจก็ได้ขึ้นไปประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 รักษาการแทน ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งใหญ่ โดยที่มี พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ตนเองเดินทางมาร่วมประชุมเพื่อรับทราบถึงความคืบหน้าของคดี ซึ่งก็ได้รับรายงานว่า นายชัยชนะ ได้เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจเองก็ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งคำให้การของผู้ถูกกล่าวหา และพยานแวดล้อมจำนวนหลายปากเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี

นอกจากนี้ การสอบปากคำ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ นั้นก็ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้ หลังจากนี้ ทางพนักงานสอบสวน เมื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้วก็จะดำเนินการส่งอัยการ เพื่อให้ทางอัยการพิจารณาว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่

สำหรับสภาพจิตใจของ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ เท่าที่ตนเองได้พูดคุยด้วย ทราบว่าได้รับการดูแลและให้กำลังใจจากผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี




นอกจากนี้สำหรับประเด็นที่ปรากฏภาพว่ามีตำรวจนายหนึ่งสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง มีพฤติกรรมคล้ายกับการใช้สารเสพติดขณะที่มีการประชุมผ่านระบบ Video Conference นั้น ทางตนเองได้รับรายงานข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งก็ได้สั่งการโดยตรงไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งติดตามตัวตำรวจนายดังกล่าวมาสอบสวนถึงพฤติกรรมที่ปรากฏในภาพ ว่าขณะที่ใช้สารเสพติดนั้นเป็นสารเสพติดชนิดใด แต่ได้รับรายงานว่าขณะนี้ยังไม่สามารถติดตามตัวตำรวจนายนี้ได้ ซึ่งตนเองก็ได้กำชับไปแล้วว่าต้องเร่งติดตามตัวมาสอบสวนโดยเร็วที่สุด


สำหรับกรณีที่สังคมอาจจะตั้งข้อสังเกตว่า หากปล่อยให้เวลาผ่านเนิ่นนานไปกว่านี้ สารเสพติดในตัวของตำรวจนายดังกล่าวจะส่งผลต่อการตรวจพบหรือไม่นั้น, โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็จะต้องเร่งนำตัวมาตรวจสารเสพติดโดยเร็วที่สุด.