2 หนุ่มบุรีรัมย์ พกปืนพร้อมเครื่องกระสุนเพียบ อ้างไว้ป้องกันตัว กลัวถูกดักปล้นเอายาบ้า หลังไปเก็บเอายาบ้าที่ได้ติดต่อซื้อกับชาวลาว ถูกรวบได้ระหว่างเดินทางกลับ พร้อมของกลางยาบ้า 6,000 เม็ด โดย 1 ในผู้ต้องหา เคยติดคุกคดียาเสพติด พ้นโทษมาได้ 2 ปี ยังไม่เข็ด 


เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.69 ที่ผ่านมา พ.ต.อ.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ผกก.สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ (ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ บูรณาการกำลังร่วมกับ สภ.บ้านด่าน, เจ้าหน้าที่ชุด ชปส.กก.ตชด.21, ชปส.ร้อย ตชด.215-216, เจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง อ.เมืองบุรีรัมย์, เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด (นฝด.22, ขกท.กกล.สุรนารี) ของ ขกท.ศปก.ทบ., เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพราน ที่ 26 และเจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน. 


    ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดเป็นชาย 2 ราย คือ นายพรเทพ หรือช้าง จุมพลไกรษร อายุ 26 ปี(เสื้อสีส้ม) อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กับนายชัยรัตน์ หรือน็อต พ่วงมี อายุ 21 ปี (เสื้อสีน้ำตาล) อยู่บ้านเลขที่ 131 ม.3 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ พร้อมของกลางยาบ้า 3 มัด หรือจำนวนประมาณ 6,000 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในเสื้อบริเวณหน้าท้องของนายชัยรัตน์ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาดจุด 38 จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดจุด 38 อีกจำนวน 10 นัด ได้ที่บริเวณแยกไฟแดงบ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ 


ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าในเส้นทางจาก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ผ่านเส้นทาง อ.บ้านด่าน และ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มักจะเป็นเส้นทางที่ผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ใช้เป็นเส้นทางสัญจรในการเดินทางไปรับเอายาเสพติด ที่ทีมขนลำเลียงยาเสพติด หรือนักบิน จะนำยาเสพติดมาส่งมอบให้กับลูกค้าในพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ และในพื้นที่ จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางกำลังดักตามเส้นทาง กระทั่งพบมีชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง-ขาว ทะเบียน 2กง 5474 บุรีรัมย์ คือนายพรเทพ หรือช้าง(เสื้อสีส้ม) เป็นคนขับ และมีนายชัยรัตน์ หรือน็อต (เสื้อสีเทา) นั่งซ้อนท้าย โดยคนนั่งซ้อนท้าย และมีลักษณะท่าทางพิรุธ และใช้มือกอดที่ท้องตัวเอง เหมือนซุกซ่อนสิ่งของบางอย่างไว้ในเสื้อตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้สังเกตติดตามอย่างกระชั้นชิด


เมื่อรถจักรยานยนต์ ขับมาถึงบริเวณแยกไฟแดงบ้านด่าน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่รออยู่แล้ว ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ได้ส่งสัญญาณให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหยุด แต่รถจักรยานยนต์กำลังจะพยายามเร่งเครื่องหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมที่สกัดรออยู่ข้างหน้า กับชุดจับกุมที่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เข้าจับกุมตัวได้เสียก่อน และตรวจพบถุงพลาสติกสีดำซึ่งภายในบรรจุยาบ้าจำนวน 3 มัด หรือประมาณ 6,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อบริเวณหน้าท้องของ นายชัยรัตน์ หรือน็อต และจากการตรวจค้นภายในรถจักรยานยนต์ ยังพบอาวุธปืนจำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวน 10 นัด จึงควบคุมตัวทั้ง 2 ราย มาสอบสวนเพิ่มเติม ยังที่ทำการ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ก่อนนำตัวส่ง พงส.สภ.บ้านด่าน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



สอบถาม นายพรเทพ หรือช้าง(เสื้อสีส้ม) ให้การยอมรับสารภาพว่า ยาบ้าจำนวนดังกล่าวพวกตนเพิ่งกำลังไปเก็บมาจาก ทางเข้าหมู่บ้านโนนพะไลย์ ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตนได้ติดต่อสั่งซื้อมาจากชาวลาวผ่านทางไลน์ ซึ่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยติดคุกในคดียาเสพติดด้วยกันเป็นผู้แนะนำให้รู้จัก หลังจากตนพ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ก็ได้มีการติดต่อสั่งซื้อยาบ้ากับชาวลาวรายนี้เป็นประจำ เฉลี่ยเดือนละ 2 ครั้ง และจะเดินทางไปรับเอายาบ้าที่หมู่บ้านโนนพะไลย์ เป็นประจำ เพื่อนำมาขายให้กับลูกค้าในหมู่บ้าน ซึ่งมีแทบทุกเพศทุกวัย ขายปลีกในราคาเม็ดละ 50 บาท ก็มีลูกค้ามาซื้อตั้งแต่ 1 เม็ด ไปจนถึงยกถุงขายในราคาถุงละ 3,500 บาท โดยเงินที่ได้ก็หมดไปกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเสพยาเสพติด ซึ่งก่อนจะออกมาเก็บยาบ้าพวกตนทั้ง 2 คน ก็เพิ่งเสพยาบ้ากันไปคนละ 1-2 เม็ด


สำหรับอาวุธปืนตนมีไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น เพราะกลัวจะมีกลุ่มพ่อค้ายาบ้าด้วยกัน มาดักปล้นเอายาบ้า และไม่ได้คิดมีไว้เพื่อจะต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ เพราะถ้าสู้ขัดขืนไปคงไม่รอดแน่ จึงยอมให้จับดีกว่า เพราะติดคุกยังมีวันออกมา