อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดสั่งไม่ฟ้อง “แทนไท ณรงค์กูล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ คดีฟอกเงิน เว็บหนังเถื่อน พนันออนไลน์ ส่งหนังสือถึงดีเอสไอ ให้ยื่นเพิกถอนหมายจับ ขณะที่เจ้าตัวเดินทางกลับเข้าประเทศทันที
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางสำนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินสมคบและร่วมกันฟอกเงิน คดีละเมิดลิขสิทธิ์-เว็บหนังเถื่อน-ฟอกเงิน-เอี่ยวเว็บพนัน มูลค่าเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ขอเพิกถอนหมายจับ นายแทนไท กับพวกที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง
โดยคดีนี้ผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ประกอบด้วย นายนุวัฒน์ ยงยุทธ, น.ส.สารินี นุชนารถ, นายแทนไท ณรงค์กูล, นายพีรเดช ศรียศ, นายพิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล หรือนายพรชัย ปินคำ, นายศรัญญู สมใจ, นายสายชล ยงยุทธ, นายเหมรัศมี ไชยสิงห์ หรือเขมณัฐสวัสดิ์, นายพิชัย ชาวหญ้าแพรก, น.ส.กุลภัสสร์ สำเภารอด และนายไชยยุทธ์ ศันสนะบวร
โดยอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ผู้ต้องหาที่ 3, นายพิสิษฐ์ธัช เปรมวณิชยดล หรือนายพรชัย ปินคำ ผู้ต้องหาที่ 5, นายเหมรัศมีหรือโอ๊ต ไชยสิงห์หรือเขมณัฐสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 8, นายพิชัย ชาวหญ้าแพรก ผู้ต้องหาที่ 9, น.ส.กุลภัสสร์ สำเภารอด ผู้ต้องหาที่ 10 และนายไชยยุทธ์ ศันสนะบวร ผู้ต้องหาที่ 11 ฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน
สำหรับคดีดังกล่าว ก่อนหน้านี้ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอทำความเห็นสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ความเห็นจึงถูกส่งต่อไปให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นแย้งมาให้ฟ้องคดี จนอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดเมื่อเร็วๆ นี้ สั่งไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหารายสำคัญ โดยมีรายงานว่า นายแทนไท เดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย ประมาณ 11.00 น. วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยถูกกักตัวไว้ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอไปยื่นคำร้องขอถอนหมายจับ ก่อนถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ
12 ส.ค. 2569 17:02 น.