“กองปราบ” หอบสำนวนทุจริตสอบท้องถิ่น จำนวน 2 ลัง ประมาณ 10 แฟ้ม ส่ง ป.ป.ช.พิจารณา ว่าจะไต่สวนเอง หรือส่งกลับมาให้กองปราบทำคดีต่อ
เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 69 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. สั่งการให้พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) นำสำนวนคดีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น จำนวน 2 ลัง ประมาณ 10 แฟ้ม ส่งมอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาว่าจะดำเนินการไต่สวนเอง หรือส่งกลับมาให้กองปราบปรามเป็นผู้ทำคดีต่อ
สำหรับผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แจ้งข้อหา “ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ”
ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 11 ราย ที่ทำหน้าที่แก้ไขกระดาษคำตอบ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหา “สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, สนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, สนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของตน, สนับสนุนเจ้าพนักงานรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นเท็จ และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จ, ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และเปิดผนึกหรือเอาไปเสียซึ่งจดหมาย โทรเลข หรือพัสดุภัณฑ์อันอื่นของผู้อื่น เพื่อล่วงรู้หรือเปิดเผยข้อความ, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และเปิดผนึกหรือเอาไปเสียซึ่งจดหมาย โทรเลข หรือพัสดุภัณฑ์อันอื่นของผู้อื่น เพื่อล่วงรู้หรือเปิดเผยข้อความ”