“ธนกฤต” นำดีเอสไอ, ป.ป.ส. และตำรวจสืบสวนภาค 2 เข้าพบภรรยา “ผู้ใหญ่ไก่” อดีตนายกเทศมนตรีห้วยใหญ่ ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ 20 ปีก่อน ขอข้อมูลสำคัญก่อนคดีหมดอายุความในอีก 3 เดือนข้างหน้า คาดเชื่อมโยงกลุ่มอิทธิพลแก๊งลูกพี่ไอ้ป๋อง
วันที่ 10 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไปออกรายการ “เปิดปาก” ทางไทยรัฐทีวี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กรณี “ป๋อง 5 ศพ” อาจโยงไปถึงเหตุการณ์ฆ่า นายอานนท์ อินทรสิงห์ หรือที่ชาวบ้านเรียก“ผู้ใหญ่ไก่” นายกเทศมนตรีตำบลห้วยใหญ่ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งภรรยาสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวกับพวกค้ายาเสพติดที่มีนายป๋องรวมอยู่ด้วย โดยวันที่ออกอากาศวันนั้น ภรรยาผู้ใหญ่ไก่ โฟนอินเข้ามาในรายการ เพื่อขอความช่วยเหลือจาก ดร.ธนกฤต ทำให้ต่อมา ดร.ธนกฤต ไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
กระทั่งวันนี้ ดร.ธนกฤต ร่วมกับ พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 , เรืออากาศตรี กิตติคม คงสมโภชน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 2 ดีเอสไอ, นายสุรเดช ละเต๊ะซัน ผอ.ส่วนอำนวยการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ส.ภาค 2 และ พ.ต.ต. โชคชัย โทดำมา จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่ไปพบกับนางสมศรี อินทรสิงห์ ภรรยาผู้ใหญ่ไก่ เพื่อขอข้อมูล ที่ภรรยาสงสัยว่า จะเป็นปมเหตุของการเสียชีวิต
ในการให้ข้อมูล นางสมศรี ได้เล่าถึงช่วงเวลาก่อนที่ผู้ใหญ่ไก่ จะถูกยิงเสียชีวิตนั้น ได้ปราบปรามแก๊งค้ายาเสพติดในตำบลห้วยใหญ่อย่างหนัก และรู้ด้วยว่าแก๊งค้ายาเหล่านั้นมีใครบ้าง ทำให้หัวหน้าแก๊งเหล่านี้ ต้องรีบสังหารผู้ใหญ่ไก่ โดยเชื่อว่า นายป๋อง เป็นเพียงแค่เด็กเดินยาของแก๊งนี้ และอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมยิงผู้ใหญ่ไก่ในวันนั้น เพราะจากพยานบุคคลที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เห็นมือปืนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นกลุ่มคนวัยหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นนายป๋องอายุ 23 ปี
หลังจากให้ข้อมูลเสร็จ นางสมศรี ได้มอบพยานหลักฐานบางอย่างให้ พร้อมกับแสดงความรู้สึกว่า สามีเสียชีวิตไป 20 ปี แม้พอจะรู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด แต่ก็ต้องอยู่อย่างหวาดผวามาตลอด วันนี้รู้สึกอุ่นใจขึ้นและมั่นใจว่า ทั้ง ดร.ธนกฤต , ดีเอสไอ , ป.ป.ส. และตำรวจชุดสืบสวนภูธรภาค 2 จะสามารถสืบค้นหาความจริงต้นเหตุของการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ได้
หลังรับทราบข้อมูลและรับมอบพยานหลักฐานจากนางสมศรีแล้ว นายกองตรี ดร.ธนกฤต และตัวแทนจากทั้ง 3 หน่วยงาน ยืนยันว่า จะติดตามทั้งเรื่องคดีฆ่าผู้ใหญ่ไก่ที่จะหมดอายุความในอีก 3 เดือนข้างหน้า และจะเร่งดำเนินการให้ตำบลห้วยใหญ่ เป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ให้มีกลุ่มอิทธิพลมาสร้างความเดือดร้อนและความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน
นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตำรวจสืบสวนภาค 2 และ ปปส.ภาค 2 ลงพื้นที่เร่งสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของ “ผู้ใหญ่ไก่” พร้อมขยายผลไปยังผู้ที่อาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินและเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า จะบูรณาการกำลังทุกหน่วยงานเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่อย่างจริงจัง โดยใช้แนวทาง “รื้อรังโจร” และจะเร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมร้ายแรงขึ้นอีก
นอกจากนี้ ยังมีการหารือกับผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เพื่อเดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจัง พร้อมฝากเตือนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องว่า “หากยังไม่หยุดกระทำผิด จุดจบคือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและราชทัณฑ์ ล้างคุกรอแล้ว”
ส่วนประชาชนที่มีข้อมูลหรือเบาะแส และรู้สึกกังวลหรือหวาดกลัว สามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน ปปส. 1386 โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลผู้แจ้งไว้เป็นความลับ
สำหรับคดี “ผู้ใหญ่ไก่” นายกองตรี ดร.ธนกฤต ระบุว่า ขณะนี้มีความคืบหน้ามากขึ้น พร้อมได้รับเอกสารสำคัญเกี่ยวกับบุคคลต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคดี เพื่อนำส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบต่อไป พร้อมฝากถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องว่า ขอให้เตรียมตัวรับการตรวจสอบ เพราะเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด