สืบนครบาล 7 สกัดจับกระบะต้องสงสัย บรรทุก "ยาไอซ์" 1 ตัน ซุกซ่อนในกองกะหล่ำปลี ก่อนทะลักเข้า กทม. รวบ 4 ผู้ต้องหา สารภาพทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างขนครั้งละ 2-3 ล้านบาท
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 ส.ค. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 แถลงข่าวจับกุม น.ส.จารุวรรณ อายุ 44 ปี น.ส.ชาย อายุ 48 ปี นายเจริญ อายุ 36 ปี และนายบุญยงค์ อายุ 41 ปี
พร้อมของกลางยาไอซ์บรรจุอยู่ในถุงชาใส่ในกระสอบสายรุ้งจำนวน 40 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,000 กก. รถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา กระบะติดคอกเหล็ก จำนวน 2 คัน ทะเบียนป้ายแดง จ.แพร่
สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.7 จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า 8.99 ล้านเม็ด และยาไอซ์ 39 กก. หัวจ่ายในพื้นที่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ผ่านมา ต่อมายึดยาบ้า 8 ล้านเม็ด ผู้ร่วมค้ายาเสพติดเครือข่ายเดียวกัน ที่ จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ผู้ต้องหาทิ้งยาเสพติดหลบหนีไปได้
จากการขยายผล พบข้อมูลผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาจากพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนนำมาส่งขายต่อให้ลูกค้าในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ชุดสืบสวนได้เบาะแสว่า เครือข่ายลักลอบลำเลียงยาไอซ์ลอตใหญ่ ใช้รถกระบะใหม่เอี่ยมเหมือนกัน 2 คัน ขนยาไอซ์ลงมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา
ชุดจับกุมจึงดักสกัดจับได้ตอนสี่โมงเย็น วันที่ 8 ส.ค. ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ถนนนครสวรรค์-ชัยนาท (ขาเข้า) ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ระหว่างทางขณะขนยาเสพติดเข้า กทม. โดยมี น.ส.จารุวรรณ เป็นผู้ขับขี่ และนายเจริญ เป็นผู้ขับขี่ น.ส.ชาย และนายบุญยงค์ เป็นผู้โดยสาร
จากการตรวจสอบรถกระบะที่ใช้ขับนำดูต้นทาง ไม่ได้บรรทุกของ ส่วนรถกระบะอีกคันบรรทุกกะหล่ำปลี ใช้ผ้าใบสีดำคลุมไว้ ตรวจค้นท้ายกระบะพบกระสอบบรรจุยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ใต้กองกะหล่ำปลี จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปทำบันทึกจับกุมและขยายผลที่ กก.สส.บก.น.7
แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างขนครั้งละ 2-3 ล้านบาท ยาเสพติดน่าจะขนมาจากช่องทางธรรมชาติ เพราะกระสอบเปื้อนเศษดินลูกรังและขี้โคลน จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป.