หลายโรงเรียนในพื้นที่ จ.นนทบุรี สุ่มตรวจกระเป๋านักเรียน ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า พร้อมใช้เครื่องสแกนหาวัตถุต้องสงสัย หลังเหตุกราดยิงเทพศิรินทร์ นนทบุรี
จากกรณี ด.ช.วัย 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ขโมยปืนสังหารปู่กับย่าสิ้นใจคาบ้าน แล้วนำปืนมากราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ก่อนจบชีวิตตัวเองหนีผิด เหตุเกิดช่วงสายวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย เป็นครูและบุคลากรในโรงเรียน 5 ราย ปู่กับย่ารวมทั้งตัวผู้ก่อเหตุ 3 ราย และล่าสุดนักเรียนหญิงวัย 12 ปีที่ถูกยิงศีรษะ รักษาตัว รพ.พระนั่งเกล้า เสียชีวิตลงเป็นศพที่ 9 ตำรวจเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงหาแรงจูงใจการก่อเหตุ
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 10 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่โรงเรียนวัดมะสงมิตรภาพที่ 55 ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบครูมีการตั้งจุดตรวจค้นนักเรียนก่อนที่จะเข้าห้องเรียน เพื่อหาอาวุธและสิ่งของผิดกฎหมายต่างๆ
นายเกรียงไกร รื่นเสือ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมะสงมิตรภาพที่ 55 กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียน 440 คน สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ม.3 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานนทบุรีเขต 2 ของ สพฐ. ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุนักเรียนทะเลาะกันบูลลี่กันบ้างประปราย ซึ่งเหตุเหล่านี้โรงเรียนให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของเด็กๆ และโรงเรียนจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งบูลลี่ ทั้งงานบูลลี่ ความปลอดภัยเรื่องไซเบอร์ และเครือข่ายมาอบรมให้ความรู้ รวมถึงการสร้างจริยธรรมและ AI ต่างๆ ถามว่ามีทะเลาะกันไหมก็มีแต่ไม่ถึงขนาดยกพวกตีกันไม่มี มีนิดๆ หน่อยๆ ครูก็เข้าระงับเหตุได้ทัน
เช่นเดียวกับที่ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี ได้ตรวจค้นกระเป๋านักเรียนเพื่อป้องกันการนำอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในโรงเรียน โดยมีครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเครือข่ายผู้ปกครอง ร่วมตรวจค้นในครั้งนี้ เริ่มจากค้นกระเป๋า และใช้อุปกรณ์เครื่องตรวจโลหะตรวจร่างกายอีกครั้ง
นางนันทนา ชมชื่น ผู้อำนวยการ โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ประสานกับฝ่ายกิจการนักเรียนเพื่อดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่นักเรียน
ขณะที่ นายวัทธิกร บางบ่อ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน หัวหน้างาน รักษาความปลอดภัย กล่าวว่า จริงๆ แล้วทางโรงเรียนมีการตรวจเข้มอยู่แล้วในเรื่องของการพกอาวุธและยาเสพติดมาโดยตลอด แต่พอมีเหตุได้ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจ ตั้งแต่ช่วงเช้าของการเข้าโรงเรียน เริ่มจากการตรวจค้นกระเป๋าและการตรวจร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์ตรวจโลหะ นอกจากตรวจก่อนเข้าโรงเรียน จะสุ่มตรวจบนห้องเรียนด้วย อีกทั้งมีการคุยกับครูที่ปรึกษา หากเด็กมีการพูดคุยถึงปัญหาต่างๆ จะมีการตรวจตลอดไป เพื่อแก้ไขในระยะยาวมากขึ้น เด็กนักเรียนมีทั้งหมด 2,400 คน ตอนนี้มีภาคีเครือข่ายผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เข้ามาช่วยร่วมตรวจสอบ ในช่วงแรกจะตรวจเข้มประมาณ 7-8 วัน หลังจากนั้นจะตรวจกลุ่มนักเรียนที่สุ่มเสี่ยง
ส่วนที่โรงเรียนปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบว่าบรรยากาศหน้าโรงเรียนวันนี้ทาง สภ.ปากเกร็ด ได้จัดกำลังตำรวจสายตรวจ มาตรวจความเรียบร้อย เพื่อป้องกันเหตุ ขณะที่ทางครูและอาจารย์ ได้เพิ่มมาตรการยกระดับความเข้ม โดยนำเครื่องสแกนตรวจสอบวัตถุมาตรวจสอบ รวมทั้งมีการตรวจสอบกระเป๋านักเรียนแต่ละคนอย่างละเอียด ก่อนเข้าโรงเรียน
ดร.แน่งน้อย เพ็งพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนปากเกร็ด กล่าวว่า ปกติทางโรงเรียนก็มีการตรวจสอบอยู่แล้ว แต่หลังจากเกิดเหตุความรุนแรงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทางโรงเรียนได้มีการยกระดับการตรวจเข้มขั้นสูงสุด โดยตรวจนักเรียนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ของโรงเรียน โดยได้นำเครื่องสแกนตรวจสอบวัตถุ เพื่อตรวจหาอาวุธมาตรวจหาด้วย ซึ่งเครื่องสแกนทางโรงเรียนเรามีการนำมาใช้ตรวจมานานแล้ว แต่เลือกตรวจเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย
ส่วนบุคคลที่โพสต์ได้ทำการตรวจสอบจนทราบตัวบุคคลแล้ว ซึ่งโดยให้การยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือโพสต์ ในลักษณะเป็นการคึกคะนองล้อเล่น สนุกสนาน อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในกลุ่มไลน์ Open chat ซึ่งผู้ที่โพสต์ได้มีการโพสต์ข้อความขอโทษ “ผมขอโทษกับทุกคน ผมไม่ได้มีเจตนาทำร้ายใครครับ ผมทำด้วยความคึกคะนอง ผมรู้เท่าไม่ถึงการ ผมขอโทษทุกคนนะที่นี่ครับ“
ส่วนมาตรการตรวจเข้มข้นทางโรงเรียนจะทำอย่างต่อเนื่อง ที่โรงเรียนของเราไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการเรียนการสอน เพราะเราจะเน้นตามสโลแกน Happy and safety school for all เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่างๆที่เราจัดให้นักเรียนก็จะเน้นให้นักเรียนมีความสุข เน้นสิ่งที่ดีๆให้กับนักเรียนทุกคน อีกทั้งครูที่ปรึกษาก็จะมีความใกล้ชิด มีการเยี่ยมบ้านของนักเรียน 100%
