คดีโกงสอบท้องถิ่น 7 ผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือ พร้อมทนายความ เข้าพบกองปราบฯ ปฏิเสธตอบคำถามสื่อฯ ขณะที่ กระทรวงมหาดไทย กางไทม์ไลน์ ล้างบางผู้ทุจริต-บรรจุตัวจริง
เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 10 ส.ค.69 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 7 คน พร้อมด้วยที่ปรึกษากฎหมาย 2 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังพบพฤติการณ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ
รายงานข่าวระบุว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 7 คนเดินทางมาถึงกองปราบฯ ก่อนเวลานัด 10.00 น. รวมตัวกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เมื่อใกล้ถึงเวลา ทั้งหมดรวมทั้งทนายความพากันเดินแถวเรียงหนึ่งมาสแกนใบหน้าที่ทางเข้าอาคารฯ โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือข้อมูลใดๆ ต่อสื่อมวลชน ก่อนแลกบัตรประชาชนบริเวณจุดตรวจก่อนขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อรับฟังข้อกล่าวหา ขณะที่ที่ปรึกษากฎหมายระบุเพียงสั้นๆ ว่า เดินทางมาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนในฐานะที่ปรึกษากฎหมายเท่านั้น
การเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนของข้าราชการทั้ง 7 คนในครั้งนี้ ถือเป็นกลุ่มสุดท้ายหลังจากก่อนหน้านี้มีผู้ต้องหารายสำคัญเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 6 คน รวมถึงนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ มศว และข้าราชการชุดแก้ไขข้อสอบอีก 4 คน
กระทรวงมหาดไทย กางไทม์ไลน์ ล้างบางผู้ทุจริต-บรรจุตัวจริง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้เปิดเผยถึงขั้นตอนการดำเนินการทางปกครองและกฎหมายว่า หลังจากที่มีการประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านใหม่ที่ถูกต้องแล้ว ในวันนี้ (10 ส.ค.) คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) จะส่งแนวทางปฏิบัติไปยัง ก.จังหวัด ทั่วประเทศ
สำหรับแนวทางการดำเนินการถัดไป มีดังนี้
- 11 สิงหาคม 2569 ประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับท้องถิ่นจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ ภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2569 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะออกคำสั่งถอดถอนผู้ทุจริตออกจากตำแหน่งทั้งหมด พร้อมดำเนินการเรียกบรรจุผู้สอบผ่านตัวจริงตามลำดับบัญชีใหม่
- จากนั้นภายใน 12 สิงหาคม 2569 คาดว่าพนักงานสอบสวน บก.ป. จะสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาทั้งหมดเสร็จสิ้น ก่อนสรุปสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป