เผย ป๋อง ยังคงปรับตัวแต่อยู่ได้ในเรือนจำพิเศษพัทยา ส่วนจะย้ายไปซูเปอร์แม็กซ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรม ถ้ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง ดื้อ สร้างความเดือดร้อน ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ไม่รอด

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงยุติธรรม ถึงการตรวจสอบข้อมูลมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษของนายฑนา เกิดทอง อายุ 43 ปี หรือ 'ป๋อง' ว่า นายฑนา เป็นอดีตผู้ต้องขังในคดีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ กำหนดโทษจำคุก 7 ปี 7 เดือน 25 วัน โดยรับโทษชนเพดาน ไม่มีการลดโทษ หรือได้รับพระราชทานอภัยโทษแต่อย่างใด 

นายฑนา พ้นโทษออกจากเรือนจำพิเศษพัทยา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.69 โดยก่อนที่นายฑนาจะพ้นโทษ ตามหลักเกณฑ์ แนวทาง และขั้นตอนของผู้ต้องขังในคดีที่อยู่ในข่ายของมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 หรือ กฎหมาย JSOC สรุปง่าย ๆ คือ ประเภทคดีฆ่าข่มขืน คดีความผิดทางเพศ คดีเรียกค่าไถ่ เป็นต้น หรือโดยรวมก็คือการกระทำความผิดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 276 มาตรา 277 มาตรา 278 มาตรา 279 มาตรา 283 ทวิ มาตรา 284 มาตรา 288 มาตรา 289 มาตรา 290 มาตรา 297 มาตรา 298 และมาตรา 313 แห่งประมวลกฎหมายอาญา 



โดยก่อนที่ผู้ต้องขังในคดีร้ายแรงเหล่านี้จะพ้นโทษ ทางเรือนจำฯ จะมีการสำรวจ คัดกรอง และประเมินความเสี่ยงของผู้ต้องขังตั้งแต่รู้ว่าผู้ต้องขังรายนั้น ๆ มีโทษเหลือน้อยตั้งแต่ 6 เดือน - 1 ปี และเตรียมปล่อยตัวพ้นโทษ เพื่อคณะกรรมการระดับเรือนจำฯ จะได้เสนอความเห็นมาตรการเฝ้าระวังไปยังระดับกรมราชทัณฑ์ และตามด้วยคณะกรรมการตามมาตรา 16 เพื่อพิจารณากลั่นกรอง ซึ่งก็คือ “คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ” อันประกอบด้วย รองปลัดกระทรวงยุติธรรมซึ่งปลัดกระทรวงยุติธรรมมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนกรมราชทัณฑ์ และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นกรรมการ โดยให้อธิบดีแต่งตั้งข้าราชการในกรมคุมประพฤติเป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการจำนวนไม่เกิน 2 คน 


บทบาทของคณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ (คณะกรรมการตามมาตรา 16) จะเป็นฝ่ายพิจารณามาตรการเฝ้าระวังตามที่คณะกรรมการระดับเรือนจำฯ เป็นผู้เสนอ ว่ามีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ ก่อนที่คณะกรรมการตามมาตรา 16 จะเสนอต่อไปยังพนักงานอัยการ เพื่อพนักงานอัยการเสนอศาลไต่สวนมาตรการเฝ้าระวังเป็นลำดับสุดท้าย ว่าศาลเล็งเห็นว่าผู้ต้องขังรายนั้นต้องใช้มาตรการใดบ้าง ก่อนผู้ต้องขังพ้นโทษกลับสู่สังคม กรณีของนายฑนา พบว่ามีมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ โดยให้รายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติ สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดชลบุรี เป็นระยะเวลา 2 ปี และศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ติดกำไล EM แต่อย่างใด ซึ่งนายฑนา ได้เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่คุมประพฤติเพียงครั้งเดียว ก่อนไปก่อเหตุอุกฉกรรจ์ดังกล่าว


ทั้งนี้ก่อนที่นายฑนาจะครบกำหนดโทษ กรมราชทัณฑ์ได้ประเมินความเสี่ยงตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด โดยคณะกรรมการชั้นเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำ ผู้แทนสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนเจ้าพนักงานปกครองจังหวัด และผู้แทนสาธารณสุขหรือโรงพยาบาล ร่วมกันพิจารณาเสนอใช้มาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษ (JSOC) ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำตามมาตรา 16 เสนอความเห็นต่อพนักงานอัยการจังหวัดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษตามมาตรา 24 ต่อมาศาลจังหวัดระยองได้ไต่สวนคำร้องเมื่อวันที่ 13 ม.ค.69 และมีคำสั่งกำหนดมาตรการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี คือ ห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน และเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด



รายงานล่าสุดถึงความเป็นอยู่ของนายฑนา ภายในเรือนจำพิเศษพัทยา ทราบว่ายังคงปรับตัวแต่อยู่ได้ เพราะที่ผ่านมาก็เข้า-ออกเรือนจำฯ และรับโทษนานกว่า 7 ปีก็ผ่านมาแล้ว ส่วนการดูแลความปลอดภัยของนายฑนา เป็นไปตามขั้นตอนปกติที่ราชทัณฑ์ต้องดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้ต้องขังทุกราย แม้ว่าจะเป็นผู้ต้องขังในคดีโทษร้ายแรงก็ตาม

ส่วนจะมีแนวโน้มได้ย้ายนายฑนา ไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูง หรือซูเปอร์แม็กซ์ หรือไม่นั้น ประเด็นนี้จะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ต้องขังระหว่างถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำฯ ว่ามีความประพฤติไม่ดี หรือมีการกระทำผิดวินัยผู้ต้องขังจนเป็นที่กังวลของเพื่อนผู้ต้องขังรายอื่น ๆ และผู้คุมหรือไม่ ถ้ามีพฤติกรรมกระด้างกระเดื่อง ดื้อรั้น สร้างความเดือดร้อน ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล มีความพยายามจะหลบหนี หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในเรือนจำฯ จึงจะมีการย้ายผู้ต้องขังรายนั้นไปคุมขังยังเรือนจำความมั่นคงสูง