ผบช.ภ.9 เผยความคืบหน้าเหตุตากใบบังคับใช้กฎหมายติดตามอีก 3 คนร้าย พบร่องรอยบาดเจ็บคนพาหนี คุมตัวแล้ว 11 คนซักถาม นิติวิทยาศาสตร์ชี้เชื่อมโยงกลุ่มทรชนยิงทหารพรานบูเก๊ะซามี ชี้เหตุเจ้าหน้าที่รุกไล่กดดัน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทำผึ้งแตกรังหนีลงจากภูเขา พร้อมสดุดีตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ กล้าหาญ มีจิตวิญญาณความเป็นตำรวจ ล่าสุดปิดล้อมปะทะเดือด จับตาย 2 ศพ

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 4 นาย คนร้ายได้รับบาดเจ็บและหลบหนี เหตุเกิดในพื้นที่สวนปาล์ม ม.6 ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569

จากปฏิบัติการดังกล่าวได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ 4 คน พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง โดยผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลางอาวุธปืนและปลอกกระสุนเชื่อมโยงกับ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย ยังหลบหนีอยู่ระหว่างติดตามตัว 3 ราย

ผบช.ภ.9 ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง และจากการกดดันของเจ้าหน้าที่ทำให้คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่น ๆ จนนำมาสู่การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้

สอดคล้องกับผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่ากรณีการยิงต่อสู้ตำรวจในพื้นที่ อ.ตากใบ คนร้ายเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ลงมาปฏิบัติการจากพื้นที่ภูเขา ขณะที่ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด จนนำมาสู่การปะทะ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ตากใบ 6 นาย ใช้รถยนต์ 2 คัน พร้อมตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อ.ตากใบ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุพบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณจึงได้หยุดรถ โดยตำรวจ 3 นายเข้าไปตรวจสอบ อีก 3 นายลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ
.
จังหวะนั้นเองคนร้าย 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม กระสุนถูก ด.ต.วิทยา ชายพรมแก้ว ผบ.หมู่(ป.) สภ.ตากใบ ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนนเสียชีวิต คนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ.ส.ต.อัมราน ฮะ ผบ.หมู่(ป.) สภ.ตากใบ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ.ส.ต.อัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต ขณะที่ ร.ต.ท.กิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ 2 ราย วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลังสวนปาล์มพร้อมกับพวก

หลังการปะทะตำรวจ สภ.ตากใบได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ จากปฏิบัติการดังกล่าว ได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 4 ราย พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ดังนี้ 1. ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. จำนวน 18 ปลอก 2. ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก 3. ปลอกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก 4. อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปลอกกระสุนปืนของกลางทางนิติวิทยาศาสตร์พบว่าความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.จะแนะ และเชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนพบว่าคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ก่อนมีคนมารับพาหลบหนีไปยังพื้นที่ อ.จะแนะ โดยพบหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ประกอบกับพยานยืนยันมีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว ทราบชื่อ 1.นายอับดุลมูคลีสฯ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา 2.นายสะหมานฯ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง แขนขวา และข้อเท้า อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายติดตามตัวอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะเดียวกันพบมีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ 14 ราย ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 3 ราย และจากการสอบสวนได้ชี้ว่าจากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อ.จะแนะ และ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้ 2 วันก่อนเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณกระท่อมในสวนปาล์มซึ่งปกติไม่มีคนอาศัย 

ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนผู้ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย
            
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ กก.สืบภูธรนราธิวาส และ ชปข.ตชด.44 และเจ้าหน้าที่ทหารพราน ทพ.11 ขยายผลเข้าปิดล้อมที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.เกียร์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และเกิดการยิงปะทะกันขึ้น คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย คาดว่าคือ นายสะหมาน มะลี และนายอับดุลมูคลิส ปูเต๊ะ รอเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบต่อไป